++++

คลิกที่ + - เพื่อเพิ่ม ลดความเร็วในการดูภาพ

===== Photo album =====
  1. รูปถ่ายของ แมงปอ ชลธิชา มาเยือนเวทีไท 18 สค.2550
  2. รูปถ่ายของ น้องเบนซ์ จูเนียร์ บนเวทีไท 18 สค.2550
  3. รูปถ่ายของไผ่ พงศธร มาออกรายการ 07 show 12 สค 50
  4. รูปถ่ายของ ก็อท จักรพันธ์, แพรวา พัชรี, ไผ่ พงศธร, รัชนก ศรีโลพันธ์, ดอกอ้อ ทุ่งทอง บนเวทีไท 11 สค.50
  5. รูปถ่ายพี่นาง ศิริพร อำไพพงษ์ บนเวที 7 สีคอนเสิร์ต 11 สค.2550
  6. รูปถ่ายไหมไทย ใจตะวัน บนเวที 7 สีคอนเสิร์ต 11 สค.2550
  7. ภาพบรรยากาศ งานมหกรรมคอนเสิรต์ "ด้วยรักแด่ครูสลา" 11 มี.ค.50

ค้นหาทุกอย่างในเวบนี้


สถิติผู้เข้าชม คน
Stats (เริ่มนับ 23 ส.ค.2550-10.00 น.)

  1. Clip Video คอนเสิร์ต เสียงอิสาน ณ เวทีไทย ตอนที่ 1 วันที่ 15 ก.ย.2550
  2. clip video ไผ่ พงศธร , พี สะเดิด, แพรวา พัชรี ,ตั๊กแตน ชลดา มาออกรายการจันทร์พันดาว 10 ก.ย.2550
  3. MV 6 เพลงสุดม่วนของ หมอลำคู่เอก ปฤษณา วงศ์ศิริ & บานเย็น รากแก่น
  4. MV รวม 7 คลิปวิดีโอการแสดงสดของ ไหมไทย ใจตะวัน (สมัยอยู่เสียงอีสาน)
  5. MV ศิริพร อำไพพงษ์ โบว์รักสีดำ |

Showing posts with label อรวี สัจจานนท์. Show all posts
Showing posts with label อรวี สัจจานนท์. Show all posts

Friday, November 2, 2007

รวมเพลงของ อรวี สัจจานนท์ (2)

สนามอารมณ์ (Bb)
อรวี สัจจานนท์
Bb

น้ำตาในสายฝน(C)
อรวี สัจจานนท์
C

...อย่าเห็นฉันเป็นสนามอารมณ์
หลอกชิดหลอกเชยหลอกชื่นหลอกชม
หลอกฉันจนตรมใจตาย
ฉันกลัวเหลีอเกิน
กลัวรักจะต้องร้องไห้
กลัวรักจะต้องหมองไหม้
กลัวรักจะกลายชอกช้ำ
อย่าเห็นฉันเป็นสนามประลอง
ฝากรักฝากใคร่ฝากใจใฝ่จอง
ฝากรักทดลองลวงคำ
ฉันกลัวแล้วเอย
กลัวรักจะต้องควรญคร่ำ
กลัวรักจะต้องกลืนกล้ำ
กลัวรักจะทำหลอกลวง
เพียงเห็นเธอเป็นที่พักใจ
มินานเธอก็ผลักไส
จุดสุดท้ายน้ำตาร่วง
ปล่อยให้ฉันเอกาว้าเหว่ในทรวง
โดยไม่ยอมรับทราบทั้งปวง
นี่คือรักลวงหรือไร
อย่าเห็นฉันเป็นสนามบำเรอ
แกล้งรักฝากคำแกล้งทำอยากเจอ
แกล้งหวังบำเรอ ทำไม
ฉันกลัวเหลือเกิน
ความรักที่เธอเคยให้
ความรักที่เราเคยได้
ความรักที่ไม่แน่นอน
ดนตรี 8 Bars...6...7...
8....อย่าเห็นฉันเป็นสนามบำเรอ
แกล้งรักฝากคำแกล้งทำอยากเจอ
แกล้งหวังบำเรอ ทำไม
ฉันกลัวเหลือเกิน
ความรักที่เธอเคยให้
ความรักที่เราเคยได้
ความรักที่ไม่แน่นอน.....
... จบเพลงแล้วครับ...


.... ...... SOLO..!
.. ฝนหลั่งล้นมา น้ำตาฉันไหลริน
ฉ่ำฝนล้นดิน ไหลเลยไม่สิ้น
ไหลรินเหมือนดังคำ ..
ที่เธอร้อยกรอง ร้องเป็นเพลงพร่ำ
ต่างเคลียคลอรัก หวานอันชื่นฉ่ำ
รักเอ๋ยใยทำ ให้หมอง
ฉันผิดหรือไร ดวงใจจึงร้างลา
โปรดจงเมตตา ขอเพียงหันหน้า
ย้อนมาเป็นคู่ครอง..( ฮัม)
ไหว้วอนฟ้าบน ขอดลใจป้อง
ช่วยดลใจรัก หวนมาร่วมห้อง
ดั่งใจหวังปอง ปรานี
ฮือ....มา มาหารักเก่า
น้ำถ้อย รอยร้าว
เข้าใจในรัก กันสักที ...
ยาม ตัดบัวเหลือใยยังมี
ตัดใจ คงเหลือไมตรี
คนดี ใจเดียว ยังเพ้อชม
แม้นให้สาบาน ศาลใดฉันก็ยอม
อย่าให้ฉันตรอม หวังใจเพียงกล่อม
น้องรักให้รื่นรมย์.....
เปี่ยมใจแล้วยอม พร้อมใจจะก้ม
ผิดคำใดหนา ฟ้าจงถล่ม
ให้ร่างฉันจม..ธรณี
SOLO. ...... .....
แม้นให้สาบาน ศาลใดฉันก็ยอม
อย่าให้ฉันตรอม หวังใจเพียงกล่อม
น้องรักให้รื่นรมย์.....
เปี่ยมใจแล้วยอม พร้อมใจจะก้ม
ผิดคำใดหนา ฟ้าจงถล่ม
ให้ร่างฉันจม..ธรณี
............END



อย่าเห็นกันดีกว่า ( EB )
อรวี สัจจานนท์
EB

กระทงหลงทาง
อรวี สัจจานนท์
D

ดนตรี..........
.อย่าเห็นกันดีกว่า
ถ้าเห็นแล้วเอื้อมไม่ถึง
เหมือนมีใครยุดฉุดดึง
ตอกติดตรึงขวางคอยกางกั้น
ก็คนรักใคร่ย่อมอยากจะใกล้ชิดกัน
เธอกลับสลัดปัดฉัน
ทำอย่างนั้นฉันน้อยใจ
.ได้เห็นกันใกล้ ๆ
กลับไกลเหมือนไม่มีหวัง
รักกันดังคล้ายกับชัง
เจ็บประดังฉันทนไม่ได้
ไม่เห็นดีกว่า
ความปรารถนาลดไป
เห็นกันใกล้ชิดไม่ได้
เหมือนดั่งมีไฟไหม้เผาอุรา
.รักก็รู้กันอยู่ว่ารัก
มันปรารถนายิ่งหนัก
ต้องมาฝืนหักเหมือนสุดฟากฟ้า
ฉันคงอกหัก
เพราะฉันรักเธอมากกว่า
นิดเดียวฉันยังไม่กล้า
กระทำให้เธอช้ำตรม
.อย่าเห็นกันดีกว่า
ถ้าเห็นแล้วอดไม่ไหว
เดี๋ยวเธอไม่คิดชอบใจ
โกรธเคืองไปฉันคงระทม
เจ็บจนเหลือเจ็บ
คืนเจ็บเป็นแผลระบม
ไหวหวั่นที่ฉันได้ชม
จะชื่นให้สมให้สาแก่ใจ..
SOLO..........
.อย่าเห็นกันดีกว่า
ถ้าเห็นแล้วอดไม่ไหว
เดี๋ยวเธอไม่คิดชอบใจ
โกรธเคืองไปฉันคงระทม
เจ็บจนเหลือเจ็บ
คืนเจ็บเป็นแผลระบม
ไหวหวั่นที่ฉันได้ชม
จะชื่นให้สมให้สาแก่ใจ..


....ดนตรี..........
เป็นลาง สังหรณ์
เมื่อตอนวันลอยกระทง
สายน้ำไหลเชี่ยวไหลส่ง
กระทงสองเราแยกทาง
กระทงพี่นั้น
ล่องไปเหมือนใจมุ่งหวัง
กระทงของน้องหลงทาง
ลอยขวางหาทางไม่เจอ
ตั้งแต่วันนั้น น้องก็กังวลไม่หาย
เฝ้าคิดกลุ้มในหัวใจ
กลัวใครเข้ามาแย่งเธอ
กลัวพี่กับน้อง
แยกทางหากันไม่เจอ
กลัวใครเข้ามาพรากเธอ
เหมือนดังกระทงหลงทาง
..ลางร้ายวันลอยกระทง
บอกเรื่องราวโดยตรง
ว่าความรักเราอัปปาง
พี่เปลี่ยนหัวใจ
มีใหม่สมใจมุ่งหวัง
น้องเหมือนกระทงหลงทาง
อ้างว้างหัวใจลอยวน
.เพ็ญเดือนสิบสอง
น้องลอยกระทงเดียวดาย
ปีนี้ขาดคนรู้ใจ
เคียงกายเหมือนใครหลายคน
กระทงอ้างว้าง
ล่องไปกับสายน้ำวน
เปรียบความรักน้องมืดมน
หาคนร่วมทางไม่มี
....ดนตรี..........
.เพ็ญเดือนสิบสอง
น้องลอยกระทงเดียวดาย
ปีนี้ขาดคนรู้ใจ
เคียงกายเหมือนใครหลายคน
กระทงอ้างว้าง
ล่องไปกับสายน้ำวน
เปรียบความรักน้องมืดมน
หาคนร่วมทางไม่มี
..
.




รักได้ต้องลืมได้ ( A )
อรวี สัจจานนท์
A

สาละวันสงสารใจ ( C )
อรวี สัจจานนท์
C

ดนตรี..........
.ขอถามจริง ๆ สักคำเถอะว่า
ฉันยังมีค่าสำหรับเธอบ้างไหม
นอกจากฉันแล้วยังมีใคร
แอบซ่อนในหัวใจเธอผูกพัน
.เพราะเห็นเธอทำ
เหมือนดังกับว่า
ต้องการหนีหน้า
ไปให้ไกลจากฉัน
ไม่มาหาฉันเลยสักวัน
ความสำคัญของฉันเหมือนไม่มี
.รูปการณ์นั้นเชื่อได้เลย
เพราะเธอไม่เคย
ประพฤติอย่างนี้
นี่คงลืมฉันแล้วละซิ
ลืมวจีที่เธอเคยว่ารัก
.เมื่อเสียเวลารักเธอมาได้
ก็คงลืมได้โดยไม่ยากเย็นนัก
คิดว่าแค่เพียงได้เคยรู้จัก
เคยนึกรักแต่ได้ตายไปแล้ว
SOLO..........
.รูปการณ์นั้นเชื่อได้เลย
เพราะเธอไม่เคย
ประพฤติอย่างนี้
นี่คงลืมฉันแล้วละซิ
ลืมวจีที่เธอเคยว่ารัก
.เมื่อเสียเวลารักเธอมาได้
ก็คงลืมได้โดยไม่ยากเย็นนัก
คิดว่าแค่เพียงได้เคยรู้จัก
เคยนึกรักแต่ได้ตายไปแล้ว


พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา
Proplus3.0
ดนตรี..21..Bars
19...20...21>>>
หัวใจแอบฮัก
ฮักบ่กล้าปาก
ยากใจแท้ล่ะหนอ
แฟนเพิ่นหลาย
เพราะเป็นชายรูปหล่อ
ยามเห็นเราคุยจ้อ
พอลาก็ลืมไล
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
(เอ๋ยสาละวัน)
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
หางตาซอนแลน
หลงเทคะแนนให้เพิ่นบ่ยั้งใจ
เจ็บก็รอท้อก็ทนเรื่อยไป
ยามเพิ่นควงแฟนใหม่
เดินกรายให้ทรมาน
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
(เอ๋ยสาละวัน)
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
สงสารหัวใจ
ฮักอ้ายบ่เคยว่างเว้น
แต่อ้ายบ่เคยมองเห็น
หัวใจภักดียาวนาน
เห็นใหม่มักหน้า
ควงเย้ยสายตาทุกวัน
อยากสิถอดใจถอย
แต่เหมือนดั่งฟ้าลงทัณฑ์
ใจฮักคอยบงการ
ให้ยอมรับความเศร้า
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
(เอ๋ยสาละวัน)
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
หัวใจแอบฮัก
เพิ่นบ่ฮู้จักกะเลยยังซึมเซา
ทนเจ็บดวงใจ
ถือว่าใช้กรรมเก่า
ฮักนี้เต็มใจเศร้า
กอดแต่เงากะพอใจ
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
(เอ๋ยสาละวัน)
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>>
หัวใจแอบฮัก
เพิ่นบ่ฮู้จักกะเลยยังซึมเซา
ทนเจ็บดวงใจ
ถือว่าใช้กรรมเก่า
ฮักนี้เต็มใจเศร้า
กอดแต่เงากะพอใจ
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
(เอ๋ยสาละวัน)
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน
(เอ๋ยสาละวัน)
เอยสาละวันเอ๋ย
(เอ๋ยสาละวันเอ๋ย)
เอยสาละวัน


ทำไมถึงต้องเป็นเรา ( G )
อรวี สัจจานนท์
G

ตัวไกลใจเหงา
อรวี สัจจานนท์
C

ดนตรี 5 Bars..3...4...
5.ทำไมถึงต้อง เป็นเรา
มารองรับความเศร้า ให้เขาคนอื่นรื่นรมณ์
เรามิเคย ชิดเชย ชื่นชม
น้อยใจเหลือข่ม ขมใจ เหลือที่
...ทำไมถึงต้อง เป็นเรา
หวัง ใดกันเล่า แม้แต่คู่ชีวี
คนที่เรา หวังร่วมฤดี
เศษเสี้ยวหวัง ยังไม่มี
เขาหนีที่เราเป็นเรา
ไม่รู้ จะหัวเราะ หรือว่าร้องไห้
ถึงจะสาสมใจ กับความโชคร้ายของเรา
หรือคงเกิดมา เพื่อใช้เวรกรรมเก่า
ดื่มชิมลิ้มรสความเศร้า ตราบชั่วชีวี
...ทำไมถึงต้อง เป็นเรา
ใครเขาซิรับเอา รับเอาแต่ความโชคดี
เหลือเศษเดน ของความกาลี
เขาโยนให้เราทุกที ทำไมถึงต้องเป็นเรา
ดนตรี 9 Bars..7...8...
9.ทำไมถึงต้อง เป็นเรา
ใครเขาซิรับเอา รับเอาแต่ความโชคดี
เหลือเศษเดน ของความกาลี
เขาโยนให้เราทุกที ทำไมถึงต้องเป็นเรา...
.


....ดนตรี..........
.สุริยัน จันทรา
ที่จากฟ้า ยังมีเวลา มาเยือน
แต่ใจพี่ ซิแชเชือน
ไม่กลับมาเยือน
เหมือนสุริยัน จันทรา
.หรือ รังเกียจ ว่า จน
พี่ไม่มาสน พี่ไม่เมต ตา
น้อง เอง เป็นชาวนา
ไม่มีปัญญา จะแข่งบุญ ใคร
.มอง ฟ้า เวิ้ง ว้าง
หมดทาง เมื่อพี่จากไกล
มอง ฟ้า ไม่อำไพ
ในดวงใจ เหมือนไฟ แผด เผา
.พี่ คงลืม น้องแล้ว
จึงเปลี่ยนแนว
มาพราก จากเรา
เมื่อพี่ไกล หัวใจ เหงา
ในใจเรา นั้นเฝ้า แต่คอย
....ดนตรี..........
.มอง ฟ้า เวิ้ง ว้าง
หมดทาง เมื่อพี่จากไกล
มอง ฟ้า ไม่อำไพ
ในดวงใจ เหมือนไฟ แผด เผา
.พี่ คงลืม น้องแล้ว
จึงเปลี่ยนแนว
มาพราก จากเรา
เมื่อพี่ไกล หัวใจ เหงา
ในใจเรา นั้นเฝ้า แต่คอย
..
.




ดวงจันทร์ไม่มี
อรวี สัจจานนท์
F

คนใจดำ ( Ab )
อรวี เพชรน้ำเอก
Ab

....ดนตรี...........
เดือน โด่ง หมู่ดาวสกาวสวยเด่น
ลมเอ๋ยลมเย็น แผ่วมาไม้ป่าไสว
นกเขาเคียงคู่ ขันคูเห็นอยู่รำไร
สวรรค์สำคัญมั่นหมาย
ไม่ไกลไปจากความจำ
คืน หนึ่ง ม่วงบานตระการย้อยกิ่ง
คิดถึงจริงๆ
แอบอิงหนุนตักคนงาม
คำรักๆพี่ ไม่มีไกลจากความจำ
ไฉนไยเธอไม่จำ
ลืมคำที่บอกรักกัน
.รัก เอ๋ยรักไกล
จากไปไกลสุดสายตา
มันทรมา ดวงใจจนเหลือรำพัน
อยู่ ไหน ไยเธอ ลืมฉัน
ลืมคืน ที่เราพบกัน
ลืมวัน ที่ฉันสุขใจ
.เดือน ดับ ลับลงฉันคงคอยเก้อ
คอยหาเพียงเธอ
อยากเจอล้นเอ่อดวงใจ
จะร้ายก็ช่าง ไม่ชังแม้เก็บเดนใคร
ฉันรัก รักเธอกว่าใคร
ต้องตาย ถ้าไม่มีเธอ
....ดนตรี..........
.เดือน ดับ ลับลงฉันคงคอยเก้อ
คอยหาเพียงเธอ
อยากเจอล้นเอ่อดวงใจ
จะร้ายก็ช่าง ไม่ชังแม้เก็บเดนใคร
ฉันรัก รักเธอกว่าใคร
ต้องตาย ถ้าไม่มีเธอ
..
.



Intro 3 Bars...2...
3... แต่ก่อนแต่ไร
เคยรักปักใจ ใยมาลืมกัน
ลืมความรักมั่น กันไว้
นึกอยากจะรู้
หัวใจใยเปลี่ยน
หมุนเวียนง่ายง่าย
โถผู้ชาย ลืมคำ
ขาดความจริงจัง
เคยรักกลับชัง ใจช่างรวนเร
ดูเธอร้อยเล่ห์ แกล้งทำ
หัวอกกลัดหนอง
ร้องไห้ไม่ออก
น้ำตากลืนกล้ำ
สุดจะเบื่อคำ คนลวง
โถ ใจฉันเจียนจะขาด
ใจฉัน จวนจะขาด
หวาดกลัว น้ำตาร่วง
กลัว จะต้อง ระกำช้ำทรวง
กลัวรัก หลอกลวง
แล้วใครจะช่วย ปลอบใจ
ก่อนจาก ฝากคำ
คำรักกอดฉัน ยังจำคำเธอ
ใจจึงเพ้อเจ้อ เกี่ยวกาย
หลงปรารถนา น้ำตาจึงร่วง
โถลวงกันได้
นี่แหละผู้ชาย ใจดำ
Solo 8 Bars...7...
8... ก่อนจาก ฝากคำ
คำรักกอดฉัน ยังจำคำเธอ
ใจจึงเพ้อเจ้อ เกี่ยวกาย
หลงปรารถนา น้ำตาจึงร่วง
โถลวงกันได้
นี่แหละผู้ชาย ใจดำ
.



ขยี้รัก ( C )
อรวี เพชรน้ำหนึ่ง
C

แม่สาย(Bb)
อรวี สัจจานนท์
Bb

Intro 4 Bars...3...
4... หากแม้น หัวใจ
ฉันเป็น กระดาษ
ป่านนี้ คงขาด
คงขาด ไม่มีชิ้นดี
เพราะมือของใคร ของคุณน่ะซิ
คว้าใจไปขยี้
ฤดี เศร้าซมไม่หาย
นี่เพราะหัวใจ ไม่ใช่กระดาษ
ไม่ยับไม่ขาด มีแต่ระทมฤทัย
ฉันมีน้ำตา และมีจิตใจ
รักเคยรินโลมให้
แล้วใย กับทำเฉยเมย
คุณคงมี จิตใจร้อยใจ พันใจ
ลืมรัก ได้ง่าย
ลืมห่วง อาลัยชิดเชย
อย่ามาคืนดี อย่าดีกันเลย
หยุดเผย
สัมพันธ์ ที่เคยมั่นหมาย
หลอกหลอนหัวใจ ฉันไปขยี้
ไม่รู้ถ้วนถี่
จึงต้อง มีความช้ำอาย
คิดครวญ ทุกครา
ชักพา เศร้าใจ
คิด มาทำฉันได้
ขอจงอย่าหมาย พบกัน
Solo 8 Bars...7...
8... หลอกหลอนหัวใจ
ฉันไปขยี้
ไม่รู้ถ้วนถี่
จึงต้อง มีความช้ำอาย
คิดครวญ ทุกครา
ชักพา เศร้าใจ
คิด มาทำฉันได้
ขอจงอย่าหมาย พบกัน
.


INTRO.................
..ใบไม้ร่วงควงพริ้วปลิวผลอย
ฝันเคลิ้มคล้อยล่องลอยตามลม
ฝันถึงวันถึงคืนรื่นรมณ์
โอ้ละหนออารมณ์
ต้องหวานอมขมกลืน
โอ้อดีตหวีดวอนมา
เรียกให้ข้าพาไปคืน
คืนใจรักเศร้าสุดฝืน
สะอื้นอกตรม
MUSIC................
..ลมหนาวคลั่งยังพัดพรายพริ้ว
ขวัญหวามหวิวลิ่วลอยตามลม
มนต์เหมันต์นั้นมีมีดคม
กรีดและคว้านอารมณ์
ผ่าอกตรมล้มตาย
โอ้อนาถทาษชีวา
อยากบากหน้ามาเชียงราย
คืนใจรักให้แม่สาย
ห่มกายฝากเธอ
MUSIC...............
..ลมหนาวคลั่งยังพัดพรายพริ้ว
ขวัญหวามหวิวลิ่วลอยตามลม
มนต์เหมันต์นั้นมีมีดคม
กรีดและคว้านอารมณ์
ผ่าอกตรมล้มตาย
โอ้อนาถทาษชีวา
อยากบากหน้ามาเชียงราย
คืนใจรักให้แม่สาย
ห่มกายฝากเธอ
... จบเพลงแล้วครับ...



แม่พิมพ์ของชาติ ( Cm )
อรวี สัจจานนท์
Cm

บาดหัวใจ ( D )
อรวี สัจจานนท์
D

ดนตรี 4 Bars..2...3...
4..แสงเรืองๆที่ส่องประเทือง
ไปทั่วเมืองไทย
คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่
โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง
เหนื่อยยากอย่างไร
ไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง
ครูนั้นยังลำพอง
ในเกียรติของตนเสมอมา
..ที่ทำงานช่างสุดกันดาร
ในป่าพงไพร
ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้
เร่งรุดไปให้ทันเวลา
กลับบ้านไม่ทันบางวันต้องไป
อาศัยหลวงตา
ครอบครัวคอยท่าไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน
..ถึงโรงเรียนก็เจียนจะสาย
จวนได้เวลา
เห็นศิษย์รออยู่พร้อมหน้า
ต้องรีบมาทำการสอน
ไม่มีเวลาที่จะได้มาหยุดพอพักผ่อน
โรงเรียนในดงป่าดอน
ให้โหยอ่อนสะท้อนอุรา
ดนตรี 4 Bars..2...3...
4..ชื่อของครูฟังดูก็รู้ชวนชื่นใจ
งานที่ทำก็ยิ่งใหญ่
สร้างชาติไทยให้วัฒนา
ฐานะของครูใครๆก็รู้
ว่าด้อยหนักหนา
ยังสู้ทนอุตส่าห์
สั่งสอนศิษย์มาเป็นหลายปี
..นี่แหละครูที่ให้ความรู้
อยู่รอบเมืองไทย
หวังสิ่งเดียวคือขอให้
เด็กของไทยในผืนธานี
ได้มีความรู้เพื่อช่วยเชิดชู
ไทยให้ผ่องศรี ครูก็ภูมิใจที่
สมความเหนื่อยยาก
ตรากตรำมา...


ดนตรี 2 Bars..1...
2... บาดหัวใจเหลือเกิน
ที่บังเอิญพบเธอเป็นอื่น
ฉันนอนคิดตลอดคืน
ใยทรามชื่นจึงมาเปลี่ยนใจ
บาดหัวใจเหลือดี
ซื่ออย่างนี้เขายังทำได้
แล้วจะรักกันอย่างไร
เธอมีใหม่ก็ควรบอกฉัน
นี่เธอไปเพลินกับคนอื่น
ใยทรามชื่น ทำเช่นนั้น
ขอบอกว่ามันบาดใจกัน
ทำอย่างนั้นฉันงงไม่วาย
บาดหัวใจเหลือทน
น่าฉงนที่เธอมาหน่าย
รักเธอนั้นมากลับกลาย
เธอมาหน่ายไม่มีเหตุผล
ดนตรี 7 Bars..5...6...
7... บาดหัวใจเหลือทน
น่าฉงนที่เธอมาหน่าย
รักเธอนั้นมากลับกลาย
เธอมาหน่ายไม่มีเหตุผล...
... จบเพลงแล้วครับ...



ยิ่งบ่อยยิ่งดี ( G )
อรวี สัจจานนท์
G

รักยามจน ( Bb )
อรวี สัจจานนท์
Bb

ดนตรี 7 Bars..5...6...
7..ถ้าจะดู ละคร เรื่องเดียว ซ้ำซ้ำ
เรื่องเดิมประจำ ซ้ำซ้ำ กันไป
เรื่องที่เรา รู้แล้ว ก็ดู ซ้ำใหม่
สุดท้าย เราคง ระอา
ถ้าจะไป ไหนไหน ถ้าไป ซ้ำซ้ำ
ที่เดียวประจำ ซ้ำซ้ำ เวลา
ก็คงมี ซักครั้ง ที่เรา ต้องลา
ก็เบื่อขึ้นมาน่าเห็นใจ
...ดู แล หัว ใจ ของเราให้ดี
...ทำวัน วันนี้ ไม่ให้น่าหน่าย
...กลัวซ้ำไป ซ้ำมา ก็ต้องหาสิ่งใหม่เรื่อยไป
ต้องถนอมจิตใจ อะไรต้องให้ ดู ดี
แต่บอกว่ารัก รัก รัก รักฉัน บ่อยบ่อย
บอกซักร้อย ซักล้าน ก็ดี
จะบอกกันซ้ำ ซ้ำ ซ้ำ เท่าไร ไม่กร่อย
บอก ยิ่ง บ่อย ยิ่ง ดี
ถ้าบอกว่ารัก รัก รัก รักฉัน บ่อยบ่อย
บอกซักร้อย ซักล้าน ก็ดี
จะบอกกันซ้ำ ซ้ำ ซ้ำเท่า ไร ไม่กร่อย
บอก ยิ่ง บ่อย ยิ่ง ดี
ดนตรี 7 Bars..5...6...
7...ดู แลหัวใจ ของเราให้ดี
...ทำวัน วันนี้ ไม่ให้น่าหน่าย
...กลัวซ้ำไป ซ้ำมา ก็ต้องหาสิ่งใหม่เรื่อยไป
ต้องถนอมจิตใจ อะไรต้องให้ ดู ดี
แต่บอกว่ารัก รัก รัก รักฉัน บ่อยบ่อย
บอกซักร้อย ซักล้าน ก็ดี
จะบอกกันซ้ำ ซ้ำ ซ้ำเท่า ไร ไม่กร่อย
บอก ยิ่ง บ่อย ยิ่ง ดี
ถ้าบอกว่ารัก รัก รัก รักฉัน บ่อยบ่อย
บอกซักร้อย ซักล้าน ก็ดี
จะบอกกันซ้ำ ซ้ำ ซ้ำเท่า ไร ไม่กร่อย
บอก ยิ่ง บ่อย ยิ่ง ดี
แต่บอกว่ารัก รัก รัก รักฉัน บ่อยบ่อย
บอก ยิ่ง บ่อย ยิ่ง ดี
.


ดนตรี 3 Bars..2...
3... ตัดสินใจแน่แล้วหรือไร
เรื่องคุณ จะไปอยู่กินกับเขา
ความพิศวาทขาดแล้วสองเรา
เงียบเหงา หัวใจเมื่อไร้เธอปอง
อยากให้เหมือนก่อนครั้งเราจน
ขัดสน สองเราสู้ทนหม่นหมอง
เราแสนสนิทชื่นชิดเคียงครอง
ยากไร้ เงินทองเราสองสุขใจ
ครั้นพอจะมีเงินทองขึ้นบ้าง
กลับมีมาร
กั้นกลางขวางรักเราได้
เธอลืมความรักเสียแล้วหรือไร
ลืมคนให้กำลังใจ
ปลอบใจจุนเจือ
ไม่คิดเป็นห่วงแล้วหรือไร
ใช่ไหม เมื่อใจขาดความเอื้อเฟื้อ
มั่งมีแล้วแจกใจรักพร่ำเพรื่อ
ไม่เหลือ เยื่อใยแม้สายเลือดเธอ
ดนตรี 7 Bars..5...6...
7... ไม่คิดเป็นห่วงแล้วหรือไร
ใช่ไหม เมื่อใจขาดความเอื้อเฟื้อ
มั่งมีแล้วแจกใจรักพร่ำเพรื่อ
ไม่เหลือ
เยื่อใยแม้สายเลือดเธอ...
... จบเพลงแล้วครับ...



สายน้ำไม่ไหลกลับ ( Am )
อรวี สัจจานนท์
Am

สาวเชียงใหม่(Eb)
อรวี สัจจานนท์
Eb

โอ้ความรักที่ร้าวรานไกล
ดุจสายน้ำไหลผ่านไป
ลงไหลไปแล้วไม่เคยคืน
มา หา
สาย น้ำเชี่ยวโกรกไหล
วกวนแล้วไหล ไป
ไหลไปแล้วไม่กลับมา
คิด เปรียบไปก็คล้ายเหมือนว่า
รักเอยไม่คืนหวนมา
จากลาไปยังหนใด
คิด ถึงเมื่อก่อนเคย
รักฉันเป็นสุขเอย
ไหนเลยจึงต้องจากไกล
คอย เฝ้าคอยคร่ำครวญหวนไห้
รักเอยจากไปแล้วไย
จากไปเหมือนสายน้ำวน
ร้าง ไปร้างไกลสุดหวัง
ล่องลอยไปไกลเหมือนดัง
สู่วังแม่เอยสายชล
ฉัน สิยังคร่ำครวญเพ้อบ่น
ไหว้วอนให้สายน้ำวน
ช่วยดลให้รักฉันคืน
เขา คงไม่กลับมา
หัวใจพร่ำเรียกหา
น้ำตาหลั่งนองกล้ำกลืน
นอนหลับตาต้องผวาตื่น
สายน้ำไม่เคยไหลคืน
ไม่คืนเสียแล้วรักเอย
(..SOLO..)
เขา คงไม่กลับมา
หัวใจพร่ำเพรียกหา
น้ำตาหลั่งนองกล้ำกลืน
นอนหลับตาต้องผวาตื่น
สายน้ำไม่เคยไหลคืน
ไม่คืนเสียแล้วรักเอย
คงไม่คืนเสียแล้วรักเอย...
-
... จบเพลงแล้วครับ...


INTRO..............
..ข้าเจ้าเป็นสาวเจียงใหม่
แหมบ่เท่าใดก็จะเป็นสาวแล้ว
ตึงวันมีบ่าวมาแอ่ว
มาอู้มาแซวเป็นคนลำปูน
ข้าเจ้าจะเลือกเอาไผ๋
อ้ายบ่าวเชียงฮาย
ชื่อแก้วมาลูน
อ้ายสนคนแพร่เกียวสุ่น
อ้ายคำอ้ายมูลอ้ายสมอ้ายมี
เปิ้ลบอกว่าจะมาขอ
ข้าเจ้าก็รอมาแล้วเป็นปี
พ่อแม่ท่านปูสะลี
อ้ายบ่าวตัวดีหายแซ๊บหายสอย
ข้าเจ้าบ่เจื้อแหมแล้ว
จะแต่งกับแม้วไปอยู่ปลายดอย
ขายผ้าขายเพชรขายพลอย
ขายแหวนขายสร้อย
อยู่บนดอยปุย
SOLO..................
..เปิ้ลบอกว่าจะมาขอ
ข้าเจ้าก็รอมาแล้วเป็นปี
พ่อแม่ท่านปูสะลี
อ้ายบ่าวตัวดีหายแซ๊บหายสอย
ข้าเจ้าบ่เจื้อแหมแล้ว
จะแต่งกับแม้วไปอยู่ปลายดอย
ขายผ้าขายเพชรขายพลอย
ขายแหวนขายสร้อย
อยู่บนดอยปุย
... จบเพลงแล้วครับ...



หาดผาแดง ( Eb )
อรวี สัจจานนท์
Eb

อาญาที่ต้องรอ ( F )
อรวี สัจจานนท์
F

ดนตรี 5 Bars..3...4...
5.คลื่นซัดครืนครืนซ่า ที่ผาแดง
ภูผาแห่งนิยายสวาทอาถรรพณ์
หาดสวยงามนามผาแดง
ลมพัดแรงรื่นทั้งวันทั้งคืนที่นั่นเหมือนเวียงวัง
ชายทะเลริมเขื่อน หาดผาแดง
ใจฉันสั่นเร้าแรงโลด ด้วยความหวัง
ทิวทัศน์งาม ยามเผลอชมเพลินภิรมย์ภาพสีชัง
เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเสียงพิณ
โอ้หาด สวรรค์ ชื่นตา
ใครได้มาซึ้งใจอยู่อาจิณ
เย็นสายลมพรมพริ้วมา
ดังพัดพาโลมไล้ชีวิน
ความเศร้าก็สิ้นสูญไปพลัน
หาดผาแดงนี้คือ สถานพักใจ
งามวิไลเหมือนดั่งถิ่นแดนสวรรค์
เพียงครั้งแรกที่ฉันมายังฝันหาทุกคืนวัน
เพราะว่าที่นั่นเหมือนวิมาน
ดนตรี 16 Bars..14...15...
16.คลื่นซัดครืนครืนซ่า ที่ผาแดง
ภูผาแห่งนิยายสวาทอาถรรพณ์
หาดสวยงามนามผาแดง
ลมพัดแรงรื่นทั้งวันทั้งคืนที่นั่นเหมือนเวียงวัง
ชายทะเลริมเขื่อน หาดผาแดง
ใจฉันสั่นเร้าแรงโลดด้วยความหวัง
ทิวทัศน์งามยามเผลอชม เพลินภิรมย์ภาพสีชัง
เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเสียงพิณ
โอ้หาดสวรรค์ ชื่นตา
ใครได้มาซึ้งใจอยู่ อาจิณ
เย็นสายลมพรมพริ้วมา
ดังพัดพาโลมไล้ชีวิน
ความเศร้าก็สิ้นสูญไปพลัน
หาดผาแดงนี้คือ สถานพักใจ
งามวิไลเหมือนดั่งถิ่นแดนสวรรค์
เพียงครั้งแรกที่ฉันมายังฝันหาทุกคืนวัน
เพราะว่าที่นั่นเหมือนวิมาน
.


ดนตรี 8 Bars..6...7...
8... หากคุณคิด จะฆ่า
โปรดจงเมตตา
อย่าฆ่าฉันเร็วเกินไป
เลี้ยงฉันไว้หน่อย
ปล่อยให้ฉันตายใจ
แล้วจึงฆ่าได้ไหม
ฉันอยากตายโดยไม่รู้ตัว
หากคุณคิด จะหลอก
โปรดจงกลิ้งกลอก
อย่าบอกฉันให้นึกกลัว
แกล้งรักฉันหน่อย
ปล่อยให้ฉันเมามัว
หลงคุณจนลืมตัว
ไม่เกรงกลัวหัวใจสลาย
อย่าให้ฉันหวั่นรอวันประหาร
ทนทรมาน ก่อนถึงวันตาย
ให้ฉันสุขซึ้ง จนถึงนาทีสุดท้าย
แล้วจึงฆ่าฉันให้ตาย
ให้ตายทันที
หากคุณคิด จะฆ่า
โปรดจงเมตตา
อย่าฆ่าฉันเร็วนักซี
เลี้ยงฉันไว้ก่อน
ป้อนอาหารให้ดี
แล้วถ้าไม่ปราณี
จะปลิดชีวีฉันก็จะยอม
ดนตรี 5 Bars..3...4...
5... หากคุณคิด จะฆ่า
โปรดจงเมตตา
อย่าฆ่าฉันเร็วนักซี
เลี้ยงฉันไว้ก่อน
ป้อนอาหารให้ดี
แล้วถ้าไม่ปราณี
จะปลิดชีวีฉันก็จะยอม...
... จบเพลงแล้วครับ...



อาลัยลา ( C )
อรวี สัจจานนท์
C

กุหลาบเวียงพิงค์(Em)
อรวี สัจจานนท์
Em

ดนตรี------------
.ดึกแล้ว คุณขา
หมดเวลา ขอลา ก่อน ฮัม..
จำใจ จำจร ให้เร่า ร้อน
เป็นหนัก หนา..
.ดึกแล้ว นอนเสีย
อ่อนเพลีย แสนเมี่อย ล้า
จำใจจำลา อีกไม่ช้า ต้องจากไป
.จำใจไกลกัน
รุ่งอีกวัน พบกัน ใหม่
ถึงแม้จากจร อย่าร้อนใจ
ห่วงใยเต็มประดา
.พรุ่งนี้ แหละหนอ
จะขอ สัญญามั่น ฮัม..
ความจริงไม่อยาก จะแคล้วกัน
ฉันเกรงจะระอา..
ฉัน จำ ใจ ลา
ด้วยหมดเวลา จึงขอลาไปพลัน
... จบเพลงแล้วครับ...


INTRO............
..กุหลาบเวียงพิงค์
ดอกนี้บ่มีเจ้าของ
เพิ่งแรกแย้มบ่มีไผจอง
เป็นเจ้าของครองใจเด็ดดม
ส่งกลิ่นอบอวล
ยั่วยวนหัวใจไปตามสายลม
เปิ้นทั่วแคว้นแดนไทยหมายชม
สมเป็นกุหลาบเวียงเหนือ
MUSIC............
..กุหลาบเมืองไหน
ทั่วดินแคว้นในแดนสยาม
ยังบ่เทียมเทียบเท่าความงาม
เปรียบดังสาวชาวพิงค์งามเหลือ
บ่ได้แต่งเติม
เสริมส่งไว้ลวงให้ใครหลงเชื่อ
ปากบ่แดงแป้งบ่ได้เถือ
คิ้วบ่ได้เทื้อดินสอ
MUSIC............
..กุหลาบเวียงพิงค์
ดอกนี้สวยจริงเจ้าเอ๋ย
ยังบ่มีผู้ใดไหนเลย
มาโลมเล้าเอาไปพนอ
ด้วยสาวชาวพิงค์
กลัวบ่ฮักจริงของชายรูปหล่อ
กลัวเสียนักกลัวคำป้อยอ
กลัวน้ำตาหล่อรินทรวง
MUSIC.............
..หมู่เฮาชาวเหนือ
อย่าไปเชื่อหนอคำชาย
เดี๋ยวจะต้องเจ็บช้ำใจตาย
เปิ้นเมืองใต้พูดจาหลอกลวง
หากเปิ้นได้เฮา
เปิ้นคงทิ้งเราน้ำตาไหลร่วง
หากหลงลมคงโดนหลอกลวง
ช้ำทรวงเหมือนดั่งบัวบาน
... จบเพลงแล้วครับ...



กำแพงประเพณี ( Bb )
อรวี สัจจานนท์
Bb

กอดฉันหน่อย [เทียนหมี่มี่] ( Eb )
อรวี สัจจานนท์
Eb

ดนตรี 4 Bars..2...3...
4... มันเป็นความเศร้า
อย่างมหันต์
ที่เธอและฉัน ต้องมารักกันชาตินี้
เพราะความรักเราสองต้องมามี
ม่านประเพณี
เป็นกำแพงขวางกั้นอุรา
เราจึงจำพรากจากกันไป
ทั้งที่จิตใจ สองเรารักกันเท่าฟ้า
หนทางรักเราสองนองน้ำตา
บุญวาสนา เราไม่มีเกณฑ์ชีวิตคู่
โอ้กำแพงเอย กำแพงประเพณี
แม้จะกั้นรักในดวงฤดี
สองเราไม่ได้ก็จริงอยู่
แต่ประเพณี แห่งชีวิตรักเราทั้งคู่
มันต่างกันสุดกู่
ปิดประตูรักเรามืดมน
มันเป็นความเจ็บปวดรวดร้าว
ที่เนาแนบใน
หัวใจสองเราท่วมท้น
หนทางรักเราสองต้องมืดมน
เพราะไม่อาจโอน
ประเพณีหลอมรวมกันได้
ดนตรี 8 Bars..6...7...
8... มันเป็นความเจ็บ
ปวดรวดร้าว ที่เนาแนบใน
หัวใจสองเราท่วมท้น
หนทางรักเราสองต้องมืดมน
เพราะไม่อาจโอน
ประเพณีหลอมรวมกันได้...
... จบเพลงแล้วครับ...


....ดนตรี..........
กอด ฉัน หน่อย
กอดฉัน ให้นาน นิดนึง.
ไอละมุน
ของใจ ที่เธอส่งถึง
ยังซึ้ง ไม่มีเว้นวาย.
กอด ฉัน สิ
กอดกัน ให้ความหนาวคลาย.
ลมบางเบา
พัดพา หัวใจสั่นไหว
สองเรา ล่องลอย สุดไกล.
เหมือน อยู่ ใน ฝัน.
.ยาม ค่ำคืน ที่ดาว
พร่างพราว ทั่วฟ้า.
มี แค่เพียง สายตา
ของเธอ แหละฉัน.
รอบกาย เงียบงัน
เหลือเพียง เสียงลมหายใจ
.จูบ อันหวานชื่น
จูบเดียว ก็พาฝันไกล.
ในคืนอัน
สวยงาม และดาวสุกใส
รักยัง เดินทางต่อไป.
เหมือน อยู่ ใน ฝัน
....ดนตรี..........
กอด ฉัน สิ
กอดกัน ให้ความหนาวคลาย.
ลมบางเบา
พัดพา หัวใจสั่นไหว
สองเรา ล่องลอย สุดไกล.
เหมือน อยู่ ใน ฝัน.
.ยาม ค่ำคืน ที่ดาว
พร่างพราว ทั่วฟ้า.
มี แค่เพียง สายตา
ของเธอ แหละฉัน.
รอบกาย เงียบงัน
เหลือเพียง เสียงลมหายใจ
.จูบ อันหวานชื่น
จูบเดียว ก็พาฝันไกล.
ในคืนอัน
สวยงาม และดาวสุกใส
รักยัง เดินทางต่อไป.
เหมือน อยู่ ใน ฝัน


เธอเพียงคนเดียว [หว่อเหอหนี่] ( G )
อรวี สัจจานนท์
G

เฉียดมาชม [เยี่ยไหลเซียง] ( Bb )
อรวี สัจจานนท์
Bb

....ดนตรี..........
เธอ เพียงคนเดียว
รัก ฉัน จริง รักยิ่งใหญ่
ยิ่งใหญ่ ทุกๆเวลา.
เฝ้าดูแลปลอบใจ
ชิดเคียงใกล้ ยามมีน้ำตา
อยู่คอยเป็น
แรงใจเรื่อยมา
เพราะเธอเป็นห่วง.
.หมื่น ทะเล ฟ้าว่าใหญ่
ไม่เทียมเท่าใจเธอ
เด่นเลิศเลอ
กว่าดาว เป็นล้าน ดวง.
อุ่น ไอรัก
และอ้อมกอดแสนซึ้งทรวง
ดั่ง อยู่
แดนสรวง เมื่อควงคู่เธอ.
.ขอบคุณเธอ
ทุกคำจากใจ
ห่วงใยกันเสมอ
ตาย แทนเธอ ฉัน ก็ ยินดี
....ดนตรี....
เธอ เพียงคนเดียว
เหมือน แสง ทอง
มาช่วยส่อง
สว่าง ชี้แนะนำทาง.
หมอกควันดำเปื้อนใจ
ฉันก็ได้ เธอทำให้จาง
กลับกลายเป็น
คนมีพลัง ลุกยืนสู้ต่อไป
.หมื่น ทะเล ฟ้าว่าใหญ่
ไม่เทียมเท่าใจเธอ
เด่นเลิศเลอ
กว่าดาว เป็นล้าน ดวง.
อุ่น ไอรัก
และอ้อมกอดแสนซึ้งทรวง
ดั่ง อยู่
แดนสรวง เมื่อควงคู่เธอ.
.ขอบคุณเธอ
ทุกคำจากใจ
ห่วงใยกันเสมอ
ตาย แทนเธอ ฉัน ก็ ยินดี
....ดนตรี..........
เธอ เพียงคนเดียว
รัก ฉัน จริง รักยิ่งใหญ่
ยิ่งใหญ่ ทุกๆเวลา.
เฝ้าดูแลปลอบใจ
ชิดเคียงใกล้ ยามมีน้ำตา
อยู่คอยเป็น
แรงใจเรื่อยมา
เพราะเธอเป็นห่วง.
.หมื่น ทะเล ฟ้าว่าใหญ่
ไม่เทียมเท่าใจเธอ
เด่นเลิศเลอ
กว่าดาว เป็นล้าน ดวง.
อุ่น ไอรัก
และอ้อมกอดแสนซึ้งทรวง
ดั่ง อยู่
แดนสรวง เมื่อควงคู่เธอ.
.ขอบคุณเธอ
ทุกคำจากใจ
ห่วงใยกันเสมอ
ตาย แทนเธอ ฉัน ก็ ยินดี

....ดนตรี..........
อย่ามองฉันเป็นดังเช่นดอกไม้
เด็มดมสมใจ ก็หน่ายก็แหนง
ดื่มเกสร เช่นแมลง
พอแล้ง แห้งลง คงสิ้นกัน.
หมดหวาน ก็พลัน บินจากไป.
อย่ามองฉันเป็นดังเช่นขนม
หมดความรื่นรมย์ ก็ผลักก็ไส
แค่ขบเคี้ยว เพลินๆใจ
อิ่มแล้ว ก็ไป ไม่นำพา
ไม่เห็น คุณค่า ฉันเลยหรือไร.
.โปรด รับรู้.
ฉัน ก็มี จิตใจ.
โปรด จำไว้.
ฉัน เสียใจ อกตรม.
ดั่งถูกหยามเกียรติ
เฉียดมา แค่เพียงอยากชม.
สุด ระทม หัวใจแหลกราญ.
อย่ามองฉันเป็นดังเช่นสิ่งของ
เมื่อไรหมายปอง ต้องได้เมื่อนั้น
แค่หยิบมาใช้ ตามต้องการ
พร่าผลาญ จิตใจ ไม่ปรานี
ไม่ รู้ สักที ฉันมีหัวใจ.
....ดนตรี..........
.โปรด รับรู้.
ฉัน ก็มีจิตใจ.
โปรด จำไว้.
ฉัน เสียใจอกตรม.
ดั่งถูกหยามเกียรติ
เฉียดมา แค่เพียงอยากชม.
สุด ระทม หัวใจแหลกราญ.
อย่ามองฉันเป็นดังเช่นสิ่งของ
เมื่อไรหมายปอง ต้องได้เมื่อนั้น
แค่หยิบมาใช้ ตามต้องการ
พร่าผลาญ จิตใจ ไม่ปรานี
ไม่ รู้ สักที ฉันมีหัวใจ.
นี่ แหละชาย.
นี่ แหละชาย.
ช่าง โหดร้าย


หากเธออยากถาม ( C )
อรวี สัจจานนท์
C

วันหนึ่งที่ไม่ลืม [หนานวั่งเตออี้เทียน] ( C )
อรวี สัจจานนท์
C

....ดนตรี..........
หากเธอ อยากถาม
ว่าใจ ดวงนี้
จะมี ความรัก เท่า ไร.
ฉันคงตอบ ไม่ถูก
ว่ารักเธอ เพียงไร
มันมากมาย
เกินเอ่ย ถ้อย คำ.
อยากบอก เอาไว้
ให้ใจ เธอซึ้ง
สิ่งหนึ่ง ที่ฉัน ฝัง จำ.
ทุกๆวัน และคืน
ทุกๆการ กระทำ
ฉัน ทำ เพื่อเธอ ด้วย ใจ
.ขอ เป็น
ดั่งดอก ไม้ บาน.
เพียงต้องการ
ให้เธอ สด ใส.
ขอ เป็น
ดั่งหยาด ฝน เย็นใจ.
ที่โปรยปราย
ให้เธอ ชื่น บาน.
หากเธอ อยากรู้
ว่านาน เพียงไหน
ที่ใจ เรานี้ มีให้ กัน.
รักที่ใจ เรามี
แม้ไม่เป็น นิรันดร์
ก็เนิ่นนาน
ตราบวัน สิ้น ลม
....ดนตรี..........
.ขอ เป็น
ดั่งดอก ไม้ บาน.
เพียงต้องการ
ให้เธอ สด ใส.
ขอ เป็น
ดั่งหยาด ฝน เย็นใจ.
ที่โปรยปราย
ให้เธอ ชื่น บาน.
หากเธอ อยากรู้
ว่านาน เพียงไหน
ที่ใจ เรานี้ มีให้ กัน.
รักที่ใจ เรามี
แม้ไม่เป็น นิรันดร์
ก็เนิ่นนาน
ตราบวัน สิ้น ลม
แม้ไม่นาน ดั่งใจ
แม้ไม่เป็น นิรันดร์
ก็เนิ่นนาน
ตราบวัน ฉัน สิ้น ลม

....ดนตรี..........
....ไม่ ได้เตรียม หัวใจ
ไว้ เจอ
แปลกใจ เมื่อเห็น เธอ
เข้า มา
จะเริง ไหลไฟรัก หรือมา ยา
เธอผู้มา จากไหน
ไม่ ได้เตรียม หัวใจ
รัก เธอ
แต่ ไม่วาย จะเผลอ สุขใจ
เจอะ เธอนั้น วันฟ้า สวย ใส
ฟ้าในใจ อบอุ่น จัง
อย่า วู่วาม เร็วนัก รักจ๋า
แล้ว ฟ้าเท ฝนมา ดั่งหวัง
กอด ฉันซิ จนลืม ร่มกาย
พอ ฝนจาง ร้างกัน
ฉัน ระกำ
ฉาก แห่งความ งดงาม
ประทับ ใจ
สุข เพียงไหน ฝัง ใจ
ฉัน จำ
ฝนมาทีไร ใจฉันครวญคร่ำ
กี่ปีแล้ว จำ ไม่ ลืม
...ดนตรี..........
....ไม่ ได้เตรียม หัวใจ
ไว้ เจอ
แปลกใจ เมื่อเห็น เธอ
เข้า มา
จะเริง ไหลไฟรัก หรือมา ยา
เธอผู้มา จากไหน
ไม่ ได้เตรียม หัวใจ
รัก เธอ
แต่ ไม่วาย จะเผลอ สุขใจ
เจอะ เธอนั้น วันฟ้า สวย ใส
ฟ้าในใจ อบอุ่น จัง
อย่า วู่วาม เร็วนัก รักจ๋า
แล้ว ฟ้าเท ฝนมา ดั่งหวัง
กอด ฉันซิ จนลืม ร่มกาย
พอ ฝนจาง ร้างกัน
ฉัน ระกำ
ฉาก แห่งความ งดงาม
ประทับ ใจ
สุข เพียงไหน ฝัง ใจ
ฉัน จำ
ฝนมาทีไร ใจฉันครวญคร่ำ
กี่ปีแล้ว จำ ไม่ ลืม


ลาภูพิงค์ ( )
อรวี สัจจานนท์

รักไร้ใจ [หนี่เจินมอซัว] ( E )
อรวี สัจจานนท์
E

โอ้เคยภิรมย์สุขสมจินต์
แผ่นฟ้าแผ่นดินเชียงใหม่
ขวัญข้าคือดอยสุเทพเด่นไกล
ภูพิงค์นั่นไงชีวิตแห่งเรา
ไม่ลืมร้างราสามัคคี ที่สวนดอกนี้ไงเล่า
สายธารห้วยแก้วเย็นใสดั่งเงา
เหมือนใจพวกเราใสเย็นดั่งธาร
ทองกวาวเหมือนความฝัน
ร่วงพลันเตือนถึงวันคืนผ่าน
อยู่กันมานาน ร่วมมิตรสราญ..สราญสดใส
แต่วันนี้ไปไม่เหลือเลย
ลาแล้วที่เคยเชยใกล้
ขอลาโอ้ลาที่รักแห่งใจ
ถึงกายห่างไปฝังใจไม่เลือน
(ดนตรี)
โอ้เคยภิรมย์สุขสมจินต์
แผ่นฟ้าแผ่นดินเชียงใหม่
ขวัญข้าคือดอยสุเทพเด่นไกล
ภูพิงค์นั่นไงชีวิตแห่งเรา
ไม่ลืมร้างราสามัคคี ที่สวนดอกนี้ไงเล่า
สายธารห้วยแก้วเย็นใสดั่งเงา
เหมือนใจพวกเราใสเย็นดั่งธาร
ทองกวาวเหมือนความฝัน
ร่วงพลันเตือนถึงวันคืนผ่าน
อยู่กันมานาน ร่วมมิตรสราญ..สราญสดใส
แต่วันนี้ไปไม่เหลือเลย
ลาแล้วที่เคยเชยใกล้
ขอลาโอ้ลาที่รักแห่งใจ
ถึงกายห่างไปฝังใจไม่เลือน
... จบเพลงแล้วครับ...


.....ดนตรี..........
ความ สัมพันธ์ นั้นยังอยู่
แต่ดูเหมือนเลือนลาง.
ด้วยเธออำพราง
รักที่ให้ แก่ฉัน.
พร่ำคำว่ารัก
ขาดความจริงใจ ให้กัน
กี่ร้อยพันวัน ใช่หันมามอง
หลอก ใจตัว มัวระเริง
เพลิงคอยผลาญใจ.
ถ้อยวาจาที่ให้
ฉันสุดหม่นหมอง.
หลอกให้คอย คอยไป
ใจของเธอ
แท้เขาครอบครอง
ได้ แต่ ร่ำร้อง
มองภาพเจ็บช้ำ.
.กี่ร้อยพันคำ ถลำ ดวงใจ
....ดนตรี..........
ความ สัมพันธ์ นั้นยังอยู่
แต่ดูเหมือนเลือนลาง.
ด้วยเธออำพราง
รักที่ให้แก่ฉัน.
พร่ำคำว่ารัก
ขาดความจริงใจ ให้กัน
กี่ร้อยพันวัน ใช่หันมามอง
อยาก ตัดใจ
เป็นเช่นไร ใยวนเวียนอยู่
เฝ้ามองเธอเคล้าคู่ อยู่ สอง.
หลอกตัวเอง ตัวเรา
เขาให้มา แท้รักสำรอง
ได้ แต่ ร่ำร้อง
มองภาพเจ็บช้ำ.
.กี่ร้อยพันคำ ถลำ ดวงใจ
....ดนตรี..........
อยาก ตัดใจ
เป็นเช่นไร ใยวนเวียนอยู่
เฝ้ามองเธอเคล้าคู่ อยู่ สอง.
หลอกตัวเอง ตัวเรา
เขาให้มา แท้รักสำรอง
ได้ แต่ ร่ำร้อง
มองภาพเจ็บช้ำ.
.กี่ร้อยพันคำ ถลำดวงใจ
ปวดร้าวเหลือเกิน
เมื่อรัก ไร้ใจ


ถามใจ [เสี่ยวเฉินกู่ซื่อ] ( C )
อรวี สัจจานนท์
C

ดอกไม้ให้เธอ [เหมยฮัว] ( D )
อรวี สัจจานนท์
D

....ดนตรี..........
....ปาก ก็ว่า รัก กัน
คำ หวานอัน ซึ้ง ใจ
หลอก ให้รัก
แล้ว มา ร้าง ไกล
เขา ไม่เคย เป็น ห่วง
เจ็บ อยู่ได้ นะ ใจ
ลาม เหมือนไฟ เผา ทรวง
หนึ่ง ใจนี้
ช้ำ ไป ทั้ง ดวง
รัก ล่อลวง จน ตรม
ตั้ง คำ ถาม ถาม หัว ใจ
อยาก มีใคร อีกไหม ไว้ ชม
ฝัน ร้ายประจำ
รัก ดัง สาย ลม
โลม เล้า ใจ จน สั่น
...ดนตรี..........
....ตั้ง คำ ถาม2ถาม หัว ใจ
อยาก มีใคร อีกไหม ไว้ ชม
ฝัน ร้ายประจำ
รัก ดัง สาย ลม
ยัง ตรมไม่พอ หรือ ใจ

....ดนตรี..........
ปวง ดอกไม้
ใกล้มือ หรือบานริมทาง.
ใช่ จะอ้างว้าง ไร้ค่า.
ใย ซ่อนเร้น
ถึงเป็น แม้ดอกหญ้า.
ใช่ จะไร้ค่า ครา ยล.
จันทร์ กะพ้อ
เจ้ารอ พ้อใครเขาชม.
ลั่น ทมโศกซม สลายหล่น.
เอื้อง ดอกฟ้า
ปาหนัน หอมคาต้น
มั่น ใจพ้นมือ หรือไร
....ดนตรี..........
อัน ดอกไม้
ให้คุณ ค้ำจุนวิญญา.
ดอก รักเร่มา หาใคร.
แดง กุหลาบหวาน
รักกัน ฉันยื่นให้.
มอบ แทนหัวใจ ให้เธอ.
อัน ดอกไม้
ให้คุณ ค้ำจุนวิญญา.
ดอก รักเร่มา หาใคร.
แดง กุหลาบหวาน
รักกัน ฉันยื่นให้.
มอบ แทนหัวใจ ให้ คุณ


เลือกเองช้ำเอง [หว่อซินซวิ่นซู่] ( C )
อรวี สัจจานนท์
C

ใจเธอดั่งทะเล [หยินเหอ] ( Bb )
อรวี สัจจานนท์
Bb

....ดนตรี..........
..ดื่มความ ระทม
สุดขื่นขม หัว ใจ
ทนฝืน กลืน ไป
ทุกข์ใจเพียงใด ไม่ขอ บ่น
เลือกเอง ช้ำ เอง
ถูกข่มเหง ช้ำ ใจ ตน
เพลินหลง คำ คน
ทำร้าย ใจจน แหลก ยับเยิน
ปล่อยตัว ปล่อยใจ
ก็ใคร เขา เชิญ
หลงทาง เสียจนยาว เกิน
หลอกเราให้เดิน เสีย สิ้นแรง
ซุกกาย อยู่ใต้ แสง เทียน
ทบทวน บทเรียน แสน แพง
เหมือนเทียน ใกล้ดับ อับแสง
รอวันสิ้นแรง ดับ ไป
เลือกเอง ช้ำ เอง
สุดวังเวง เหงา ใจ
ดีร้าย ปานใด
เก็บไว้ ในใจ คนเดียว
...ดนตรี..........
..ซุกกาย อยู่ใต้ แสง เทียน
ทบทวน บทเรียน แสน แพง
เหมือนเทียน ใกล้ดับ อับแสง
รอวันสิ้นแรง ดับ ไป
เลือกเอง ช้ำ เอง
สุดวังเวง เหงา ใจ
ดีร้าย ปานใด
เก็บไว้ ในใจ คนเดียว
ดีร้าย ปานใด
เก็บไว้ ในใจ คนเดียว

....ดนตรี.........
...หมอง หม่น หมดหน ทาง
เหมือน ดัง
ลอยคว้าง อยู่กลางทะเล
มอง ฟ้า ยังว้า เหว่
คลื่นลม เห่
ห่างเห พเน จร
ใจเธอเป็น ดั่งทะเลลึก
ยากจะหยั่ง ถึง
ซัดลอยคลื่น ลมพัดอื้ออึง
ไม่เคยแน่ นอน
แปรปรวนรวนเร จนใจรัก
แทบจะขาด รอน
ซับซ้อนวกวน จนไม่อาจ
จะพรรณา
...ดนตรี..........
...หนาว เหน็บ เจ็บหัว ใจ
พ้น ไป
คงได้ แต่หยดน้ำ ตา
เมื่อ ความรัก มันไร้ ค่า
ขอลา ก่อน
ลาแล้ว คนใจรวน เร
ใจเธอเป็น ดั่งทะเลลึก
ยากจะหยั่ง ถึง
ซัดลอยคลื่น ลมพัดอื้ออึง
ไม่เคยแน่ นอน
แปรปรวนรวนเร จนใจรัก
แทบจะขาด รอน
ซับซ้อนวกวน จนไม่อาจ
จะพรรณา
...ดนตรี..........
....ใจเธอเป็น ดั่งทะเลลึก
ยากจะหยั่ง ถึง
ซัดลอยคลื่น ลมพัดอื้ออึง
ไม่เคยแน่ นอน
แปรปรวนรวนเร จนใจรัก
แทบจะขาด รอน
ซับซ้อนวกวน จนไม่อาจ
จะพรรณา


แสงดาวแห่งศรัทธา ( G )
อรวี สัจจานนท์
G

เหยื่อรายใหม่ ( G )
อรวี สัจจานนท์
G

ดนตรี 9 Bars..7..8..
9..พร่าง พรายแสง
ดวงดาวโน้ม สกาว
ส่อง ฟากฟ้า
เด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่ง โคมทองรองเรืองรุ้งในหทัย
เหมือน ธงชัย
ส่องธรรมจากท่วงทุกคน
พา-ยุฟ้า ครึ้มโครม ทุกทาง
เหมือน ละยาม แผ่นดิน มืดมน
ดาว ศรัทธา
ยังส่องแสง เบื้องบน
ปลุก หัวใจ ปลุกคนอยู่มิวาย
ขอ เยาะเย้ย
ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คน ยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้น ผืนฟ้า
มืดดับเดือนลับละลาย
ดาว ยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาว ยังพราย อยู่จนฟ้ารุ่งราง
ดนตรี 8 Bars..6..7..
8..ขอ เยาะเย้ย
ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คน ยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้น ผืนฟ้า
มืดดับเดือนลับละลาย
ดาว ยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาว ยังพราย อยู่จน
ฟ้า..รุ่ง..ราง...



Intro 5 Bars...4...
5... ก็คุณมี เมียแล้ว
ยังเจื้อย ยังแจ้ว
จีบฉัน ทำไม
แกล้งทำ ลุ่มหลง
นี่คง คิดว่าเหยื่อ รายใหม่
ชอบสิ่งใดหนา หา ซื้อ มาให้
โอนอ่อน ผ่อนตาม
ทุกโมงยาม เอาใจ
ไม่ชอบ สิ่งไหน
ไม่ขัดใจ ซักครา
เคยเห็นใจ เข้าใจ คุณบ้าง
เกือบจะหลงทาง รักร่วมชีวา
แต่พอ นึก ขึ้นมา
ไปแย่งสามี เขามันบาปกรรม
ให้ไปเป็น เมียน้อย
มีหนึ่ง ในร้อย
ที่มิ ชอกช้ำ
น้ำใต้ ศอกเขา
กว่าจะถึง เรากลืนกล้ำ
ตำแหน่งเลื่อนลอย
เมียน้อยมาโดน ยีย่ำ
ไม่ใช่ขาดแคลน
เราก็มีแฟน ประจำ
อย่าตาม ราวี
เหยื่อรายนี้ ขอลา
Solo 9 Bars...8...
9... ให้ไปเป็น เมียน้อย
มีหนึ่ง ในร้อย
ที่มิ ชอกช้ำ
น้ำใต้ ศอกเขา
กว่าจะถึง เรากลืนกล้ำ
ตำแหน่งเลื่อนลอย
เมียน้อยมาโดน ยีย่ำ
ไม่ใช่ขาดแคลน
เราก็มีแฟน ประจำ
อย่าตาม ราวี
เหยื่อรายนี้ ขอลา
... จบเพลงแล้วครับ...



แล้วเราจะรักกันได้อย่างไร ( Bb )
อรวี สัจจานนท์
Bb

แว่วเสียงซึง ( Am )
อรวี สัจจานนท์
Am

Intro 4 Bars...3...
4... แล้วเราจะรัก
กันได้อย่างไร
เจ็บหัวใจ ปวดหัวใจ
แสบหัวใจ อะไรอย่างนี้
ฉัน เฝ้ารัก ก็รักไปซิ
คุณไม่สน ไม่ใยดี
ไม่คิดว่าฉัน ก็มีหัวใจ
หรือเราจะรัก กันไปอย่างนี้
เจ็บฤดี ปวดฤดี
แสบฤดี ก็ต้องซ่อนไว้
มี อยู่แล้ว เจ้าของหัวใจ
มาชอบฉัน ชอบทำไม
ทำให้ ฉันรัก ฉันหลง
เฝ้า แต่วอน จนฉันอ่อนแอ
ต้อง พ่ายแพ้ รักคุณมั่นคง
แต่คุณมี พันธะ
ที่ต้องซื่อตรง
แล้วฉัน ก็คง
เป็นรัก ลองบ่อนให้คุณ
แล้วเราจะรัก กันได้อย่างไร
เจ็บหัวใจ ปวดหัวใจ
แสบหัวใจ ใครจะเกื้อหนุน
ชาย ไม่เสีย กำไลรึคุณ
ลูกผู้หญิง นั่นซิคุณ
ต้องครุ่น ต้องคิด ผิดหวัง
Solo 4 Bars...3...
4... แล้วเราจะรัก
กันได้อย่างไร
เจ็บหัวใจ ปวดหัวใจ
แสบหัวใจ ใครจะเกื้อหนุน
ชาย ไม่เสีย กำไลรึคุณ
ลูกผู้หญิง นั่นซิคุณ
ต้องครุ่น ต้องคิด ผิดหวัง
... จบเพลงแล้วครับ...


ดนตรี.........
ใครหนอดีดซึง
ให้ข้าเจ้าซึ้งซ่าน ทรวงเอ๋ย
ก่อนอ้ายพี่เคย
ดีดซึงสอนข้า เจ้าฮัก
ต่างฮู้ ใจกัน
ทุกวันประจักษ์
พะเยาป่าสัก
สลักเสียงซึงยังตรึงอุรา
แว่วซึงคร่ำครวญ
ให้ใจฮักป่วน จริงหนอ
ข้าเจ้าเฝ้ารอเฝ้าคอยฮักอ้าย
กลับ มา
บ่ ฮู้ ใจ อ้าย ร้ายดังเขาว่า
เสียแรงคอยท่า
ข้าเจ้าฮักจริงยิ่งกว่าสิ่งใด
อ้าย เอย บ่ห่อนเยือนฮักข้าเจ้า
อ้าย ลืม พะเยาลำเนาพงไพร
ลืม ซึง ยังหวานซ่านซึ้งทรวงใน
เสียงซึงแว่วมาครั้งใด
ให้ข้าเจ้าหลั่งน้ำตา
อ้ายเอยบ่มีใจฮัก
ข้าเจ้า แล้วหนอ
ลืมเหย้าลืมหอ
เรือนฮักของอ้าย ห่อน มา
สิ้น ฮัก ข้า เจ้า
บ่เยือนเห็นหน้า
บ่ได้เห็นว่า
อ้ายพี่นี้มาฮักร่วมดีดซึง
(Solo...)
อ้าย เอย บ่ห่อนเยือนฮักข้าเจ้า
อ้าย ลืม พะเยาลำเนาพงไพร
ลืม ซึง ยังหวานซ่านซึ้งทรวงใน
เสียงซึงแว่วมาครั้งใด
ให้ข้าเจ้าหลั่งน้ำตา
อ้ายเอยบ่มีใจฮัก
ข้าเจ้า แล้วหนอ
ลืมเหย้าลืมหอ
เรือนฮักของอ้าย ห่อน มา
สิ้น ฮัก ข้าเจ้า
บ่เยือนเห็นหน้า
บ่ได้เห็นว่า
อ้ายพี่นี้มาฮักร่วมดีดซึง..
-
-
... จบเพลงแล้วครับ...



ลำกล่อมทุ่ง ( Eb )
อรวี สัจจานนท์
Eb

อยู่คนเดียวทุกที ( G )
อรวี สัจจานนท์
G

....ดนตรี..........
แปนแวน
แปนแวน ละให้เวินไปสา
คั่นบ่แม่นละแฟนไผ
ขอให้อ้ายเวิน มาทางพี่
น้อง นี้หนา
ตาดำๆ เป็นคนขี้หล่าย
คนขี้หล่าย บ่สมอ้าย เพิ่น บ่สน
อุ๊กเด้ โอ้อุกใจเด้
แต่น้องมันจน
โอ้หนออุกเด้
โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้มาเหลือใจเด้
น้องบ่ได้อ้าย มานอนซ้อน.
.เจ้าดอกเอย
เจ้าดอกซ้อนเอย
ฮะเออเอ่อ ฮะเออ เอย
เจ้าดอก มะลิลา
สาวหมอลำ นั้นกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะบ่าวคนโก้
เอ่อฮะเอย เอ่อฮะเอยเจ้าแจ่ม
เจ้าแจ่ม มณีอ่ำทำ
น้องเป็นสาว หมอลำ
โอ้พ่องามขำ บ่สน ใจ
....ดนตรี..........
เปินเวิน
ฮักเพิ่น น้องบุญ บ่สม
บุญน้องบ่สม
พี่ชายบ่ก้ม เข้ามา ใกล้
อ้าย เป็นหงส์
ลงมาผ่าย บินไปเวินๆ
ฮ้องเฮียกเอิ้น
ตัวอ้าย เพิ่น บ่เหลียว
ออนซอน
น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้บ่เด
ออนซอน
น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้บ่เด
เจ้าผู้เคี้ยวใบหม่อน
ก้อนคำของน้อง คนงาม เอย.
.เจ้าดอก เอย
เจ้าดอกฮักเอย
ฮะเออเอ่อ ฮะเออ เอย
เจ้าดอก กำจาย
ชาตินี้ บ่ได้พี่ชาย
ไปโตนน้ำตาย หาดทรายตื้นๆ
เอ่อฮะเอย เอ่อฮะเอยเจ้าแจ่ม
เจ้าแจ่ม มโน ใน
น้องฮักอ้ายปานใด
ก็เสียพระทัยหนอกินน้ำตา
... จบเพลงแล้วครับ...


ดนตรี 6 ห้อง..5...
6... อยู่คนเดียว อย่างนี้ทุกที
หาคนรักจริงไม่มี
กี่ปีแล้วที่ผ่านมา
ได้แต่รอคอยนับเวลา
ก็ยังไม่มีทีท่า
รักมาแนบไว้กับทรวง
เจอะแต่คน เจ้าชู้หลายใจ
เขามีรักเอาไว้ให้
ส่วนใจ นั้นร้อยเล่ห์ลวง
ถ้าที่เห็นมาเป็นคู่ควง
หากใจหลงไปตกห้วง
รักลวงก็คงไม่แคล้ว
มาพบรักก็ช้ำดวงมาลย์
ปวดใจไปนาน
เมื่อเขานั้นมีคู่แล้ว
เห็นเคียงเคล้าคลอ
พะนอคู่ครองแน่แน่ว
โธ่หลงวดีเพริศแพร้ว
เจ็บอีกแล้วไม่จำ
สิ้นสุดกันคนรักพอที
เผลอใจรักคนที่มี
คู่แล้วนั้นผิดศีลธรรม
เพียงเท่านี้ ยังเห็นเวรกรรม
มีรักไม่เคยชื่นฉ่ำ
ซ้ำรักคนที่มีคู่แล้ว
ดนตรี 8 ห้อง..7...
8... มาพบรัก
ก็ช้ำดวงมาลย์
ปวดใจไปนาน
เมื่อเขานั้นมีคู่แล้ว
เห็นเคียงเคล้าคลอ
พะนอคู่ครองแน่แน่ว
โธ่หลงวดีเพริศแพร้ว
เจ็บอีกแล้วไม่จำ
สิ้นสุดกันคนรักพอที
เผลอใจรักคนที่มี
คู่แล้วนั้นผิดศีลธรรม
เพียงเท่านี้ ยังเห็นเวรกรรม
มีรักไม่เคยชื่นฉ่ำ
ซ้ำรักคนที่มีคู่แล้ว
... จบเพลงแล้วครับ...



แผลในใจ
อรวี สัจจานนท์
Bb

ให้เธอ
อรวี สัจจานนท์
Eb

....ดนตรี.....
.วันเวลา กับความไว้ใจ
กับชีวิตของคนหนึ่งคน
ทุ่มลงไป
ต้องทุ่มลงไปเท่าไหร่.
เพื่อจะมีใครสักคนหนึ่ง
ไว้เป็นเหมือนดังดวงใจ
จะเสียอะไร จะเสียเท่าไหร่
ฉันพร้อม จะทำ
.แต่ความเป็นจริง
ที่เธอให้มา
ก็คือภาพเธอเดินจากไป
ทิ้งกันไป
มีแผลในใจให้จำ
ได้แค่รอย แผลลึกในใจ
ที่เธอนั้นเป็นคนทำ
กับภาพทรงจำ
ที่ย้ำกระหน่ำ ซ้ำๆ รอยแผล
.นี่หรือคือการตอบแทน
ของคนที่รักและไว้ใจ
น่าขอบใจ
ที่เธอให้บทเรียนนี้
.นี่หรือคือการตอบแทน
ของคนที่รักและหวังดี
หรือว่าเป็น วิธีที่เธอคุ้นเคย
.วันเวลา กับความสัมพันธ์
ไม่มีค่าอะไรต่อไป
ถ้าคนเรา มันไม่มีใจให้กัน
จำอีกนานแผลนี้ในใจ
ที่เธอให้เป็นรางวัล
จะไม่มีวัน จะต้องมาเจ็บ
ซ้ำๆ รอยเก่า
....ดนตรี.....
ความเป็นจริง ที่เธอให้มา
ก็คือภาพเธอเดินจากไป
ทิ้งกันไป มีแผลในใจให้จำ
ได้แค่รอยแผลลึกในใจ
ที่เธอนั้นเป็นคนทำ
กับภาพทรงจำ
ที่ย้ำกระหน่ำ ซ้ำๆ รอยแผล
.นี่หรือคือการตอบแทน
ของคนที่รักและไว้ใจ
น่าขอบใจ
ที่เธอให้บทเรียนนี้
.นี่หรือคือการตอบแทน
ของคนที่รักและหวังดี
หรือว่าเป็น วิธีที่เธอคุ้นเคย
หรือว่าเป็น วิธีที่เธอคุ้นเคย
..
.



....ดนตรี........
ฟ้า และท้องทะเลกับลม
นั้นมีอยู่
แต่ใครจะรู้
จะรู้ว่ามีอะไรในใจฉัน
.ก็คงจะมีอะไรไว้ให้กัน
ก็คงจะมีแต่วันที่สดใส
ก็คงมีเดือนและดาว ดวงนั้น
ที่เธอฝันใฝ่ ฮือฮื้อฮือ
ฟ้า และท้องทะเลกับลม
นั้นรู้อยู่ และเธอก็รู้
ก็รู้ว่ามีแต่เธอในใจฉัน
จะเก็บเอาความห่วงใย
ไว้ให้กัน
เก็บเอาคืนและวันที่ดีไว้
เก็บเอาเดือนและดาว ดวงนั้น
ที่เธอฝันใฝ่ มาให้เธอ
.>จะรักเพียงเธอ
และพร้อมจะทำให้เธอสดใส
ฉัน มั่นใจ
เรามีอะไรอะไรที่เข้ากัน
.ก็คงจะมีแต่เธอที่รู้ใจกัน
ก็คงจะมีแต่เธอเท่านั้น
ก็เธอคือดวงตะวัน
ที่ฉันนั้นมีอยู่เต็มหัวใจ
.แม้ ดินฟ้าจะเป็นอย่างไร
ก็ยังอยู่ ก็ใจมันรู้
มันรู้ว่ามีสิ่งเดียว คือเธอนั้น
จะเก็บเอาความห่วงใย
ไว้ให้กัน
เก็บเอาคืนและวันที่ซึ้งใจ
เก็บเอาเดือนและดาว ดวงนั้น
ที่เธอฝันใฝ่ มาให้เธอ
....ดนตรี........
[ก็คงจะมีแต่เธอที่รู้ใจกัน
ก็คงจะมีแต่เธอเท่านั้น
ก็เธอคือดวงตะวัน
ที่ฉันนั้นมีอยู่เต็มหัวใจ]
.แม้ ดินฟ้าจะเป็นอย่างไร
ก็ยังอยู่ ก็ใจมันรู้
มันรู้ว่ามีสิ่งเดียว คือเธอนั้น
จะเก็บเอาความห่วงใย
ไว้ให้กัน
เก็บเอาคืนและวันที่ซึ้งใจ
เก็บเอาเดือนและดาว ดวงนั้น
ที่เธอฝันใฝ่ มาให้เธอ
ฮือฮื้อฮือ
..
.




ให้เธอ
อรวี สัจจานนท์
B

ความรัก(C)
อรวี สัจจานนท์
C

....ดนตรี.........
อยากเก็บดวงดาว
มาทอภาพฝัน
อยากเกี่ยวดวงจันทร์
มาปั่นทอใยรัก
อยากให้นวลน้อง
เอนกายหนุนตัก
ร้องเพลงความรัก
กล่อมน้องนิทรา
.เมฆหมอกบังจันทร์
หลับฝันเถิดหนา
ควันไฟบังตา
นิทราพักผ่อน
.น้อง นอน น้อง นอน
หลับตา ฝัน ดี
.เหนื่อย เจ้าหนักพอแล้ว
น้องแก้ว ขวัญร้าวระบม
เจ้าจงหลับตา
เอน กาย พักนอนเอาแรง
....ดนตรี..........
.เหนื่อย เจ้าหนักพอแล้ว
น้องแก้ว ขวัญร้าวระบม
เจ้าจงหลับตา
เอน กาย พักนอนเอาแรง
อยากเก็บดวงดาว
มาทอภาพฝัน
อยากเกี่ยวดวงจันทร์
มาปั่นทอใยรัก
อยากให้นวลน้อง
เอนกายหนุนตัก
ร้องเพลงความรัก
กล่อมน้องนิทรา.
เก็บน้ำผึ้งหวาน
จากร้อยพนา
เก็บดอกไม้ป่า
มาร้อยเป็นมาลัย
ให้เธอ ให้เธอ
ให้เธอ ให้เธอ
..
.



ดนตรี 8 Bars..6..7..
8.ความรัก คือการให้
หัวใจ ควรเต็มเปี่ยม
สิทธิ์เธอ ควรเท่าเทียม
ก้าวไป สู่ความหวัง
ความหวัง ของเรา
หนุ่มสาว ของโลก
ดั่งนกน้อย บินโบก
ดั่งหัวใจ บินโบก เริงลม
ความรัก คือการให้
ให้เธอ จงชื่นชม
หากมี ทุกข์ระทม
เจ้าจง กล้าฝ่าฟัน
วันนี้ ของเรา
หนุ่มสาว หมองหม่น
หากน้ำตา รินหล่น
น้ำใจ ควรรินหลั่ง แด่เธอ
ความรัก ความรัก ความรัก
จงแน่นหนัก อยู่เสมอ
ให้เธอคิด ให้เธอมี เสรีภาพ
ให้เธอหวัง ให้เธอวาด ให้เธอ
ดนตรี 8 Bars..6..7..
8.ความรัก คือการให้
ให้เธอ จงชื่นชม
หากมี ทุกข์ระทม
เจ้าจง กล้าฝ่าฟัน
วันนี้ ของเรา
หนุ่มสาว หมองหม่น
หากน้ำตา รินหล่น
น้ำใจ ควรรินหลั่ง แด่เธอ
ความรัก ความรัก ความรัก
จงแน่นหนัก อยู่เสมอ
ให้เธอคิด ให้เธอมี เสรีภาพ
ให้เธอหวัง ให้เธอวาด ให้เธอ
ให้เธอหวัง ให้เธอวาด
ให้เธอ...
... จบเพลงแล้วครับ...



คิดถึงบ้าน
อรวี สัจจานนท์
B

กล้วยไม้ ( C# )
อารีย์ นักดนตรี-นิตยา บุญสูงเนิน
C#

....ดนตรี.........
จาก มานานคิดถึงจังเลย
หอม เจ้าเอยละอองท้องถิ่น
อยาก กลับไปแนบซบไอดิน
บ้าน รำพึงคิดถึงเสมอ
.อัส-ดงอาทิตย์กล่าวลา
คืบ คลานมาคือคิดถึงเธอ
คืน เหน็บหนาวอีกแล้วซิเออ
บ้าน รำพึงคิดถึงไม่สร่าง
.>กี่ร้อน กี่หนาว
กี่หมื่นร้าว ราน
ไม่เคยสะท้าน ทุกเส้นทาง
สู้ ทน สร้างฝัน ถึงวันรุ่งราง
จะแบกไปถมความทุกข์ระทม
.ไม่ จำเป็นดอกคำสัญญา
รั้ว ชายคาที่แสนรื่นรมย์
ผ่าน ผุพังเซซังทรุดโทรม
จะ กลับไปเอาใจซ่อมแซม
....ดนตรี.........
.>กี่ร้อน กี่หนาว
กี่หมื่นร้าว ราน
ไม่เคยสะท้าน ทุกเส้นทาง
สู้ ทน สร้างฝัน ถึงวันรุ่งราง
จะแบกไปถมความทุกข์ระทม
.ไม่ จำเป็นดอกคำสัญญา
รั้ว ชายคาที่แสนรื่นรมย์
ผ่าน ผุพังเซซังทรุดโทรม
จะ กลับไปเอาใจซ่อมแซม
..
.



พรานบูรพ์
ดนตรี 5 Bars..3...4...
5.กล้วย ไม้ ของเราแต่เก่า ก่อน
...อยู่ในดง ใน ดอน เจ้าซ่อนช่อ ซ่อน ใบ
...ไกล ภู่ ไกล ผึ้ง
...เจ้าอยู่ถึง ไหนไหน
...ใครจะเด็ด จะดม ได้ เราไม่เห็น เลย
ใครจะเด็ด จะดม ได้ เราไม่เห็น เลย
โอ้ กล้วย ไม้ เอย
...น่า ชื่น น่า เชย เจ้าไม่เคยชอก ช้ำ
...เช้า สาย บ่าย ค่ำ
...ชื่นบ่ช้ำ ชอก เลย
ดนตรี 9 Bars..7...8...
9.เดี๋ยว นี้ ดูรึ กล้วย ไม้
...มาชูช่อ ชู ใบ บานอยู่ใน กระเช้า
...ลืม ดง ลืม ดอน
...ที่เคยอยู่ก่อน อยู่เก่า
...ภู่จะคลึง ผึ้งจะเคล้า ให้เจ้าเฉา ลง
ภู่จะคลึง ผึ้งจะเคล้า ให้เจ้าเฉา ลง
โอ้ กล้วย ไม้ เอย
...เจ้า ไม่น่า เลย ที่จะมาไหล หลง
...เจ้าลืมสุมทุม พุ่ม พง
...ลืม ดง ดอย เอย..



Thursday, November 1, 2007

รวมเพลงของ อรวี สัจจานนท์

จักรดาวอาลัย
อรวี สัจจานนท์
G

ดวงจำปา
อรวี สัจจานนท์
B

....ดนตรี......
ลาแล้ว จักรดาว
พวกเราขอลา ไปก่อน
ลาแล้วถิ่น กินนอน
ร้าวรอน
ด้วยอาวรณ์ร้อนอาลัย
.ความ บูชา
เพียงสองปีเรียนมา ล้นใจ
เพราะได้ผล ยิ่งใหญ่
เข้มแข็งแกร่งใน ทางดี.
.ลาแล้ว จักรดาว
พวกเราขอลา ไปที
ลามิตรที่ อารีย์
คลุกคลี
ร่วมกันมาและอาจารย์.
ลา ดวงใจ
เคยผูกมิตรรักใคร่
มา นาน
แสน สุดซึ้ง ซาบ ซ่าน
ไม่ลืมนงคราญ
ความหวานเคยผ่านมา.
.ลาแล้ว จักรดาว
ด้วยเราถึงคราว อำลา
ลาหอที่ เจนตา
ขอลา
ด้วยอาลัยเหมือนใจรอน
.ลา เพียงกาย
ใจเฝ้าหวนไม่หน่าย
อา วรณ์
โถลูกน้อย ลา ก่อน
ไม่ลืมรังนอน
คอนน้อย ในจักรดาว
..
.



....ดนตรี........
โอ้ดวงจำปา เวลาซมดอก
คิดถึง บ้านซ่อง
มองเห็น หัวใจ
เฮานึกขึ้นได้
ในกลิ่นเจ้าหอม
เห็นสวน ดอกไม้
บิดา ปลูกไว้ ตั้งแต่ไดมา
เวลาหงอยเหงา
ยังซ่วย บรรเทา
ให้หายโศกา.
โอ้ดวงจำปา
คู่เคียง เฮามา
แต่ยามน้อยเอย
.กลิ่นเจ้าสำคัญ
ติดพันหัวใจ
เป็นตาฮักใคร่
แพงไว้ เซยซม
ยามเหงา เฮาดม
เอ๋ยจำปาหอม
เมื่อดมกลิ่นเจ้า
พานพบเพื่อนเก่า
ที่ได้พรากจากไป
เจ้าเป็นดอกไม้
ที่งาม วิไล ตั้งแต่ไดมา
โอ้ดวงจำปา
มาลา ขวัญฮัก
ของเรียมนี่เอย
....ดนตรี........
โอ้ดวงจำปา
บุปผาเมืองลาว
งามดังดวงดาว
ซาวลาวปลื้มใจ
เมื่อตก อยู่ใน
แดนดินลานซ้าง
เมื่อได้พลัดพราก
อดีตพลัดจาก
บ้านเกิดเมืองนอน
ข้อยจะเอาเจ้า
เป็นเพื่อนฮ่วมเหงา
เท่าสิ้นชีวา
โอ้ดวงจำปา มาลางามจริง
มิ่งเมืองลาวเอย
โอ้ดวงจำปา มาลางามจริง
มิ่งเมืองลาวเอย
..
.




น้ำตาฟ้า
อรวี สัจจานนท์
G

น้ำใจลม
อรวี สัจจานนท์
G

....ดนตรี......
..เขาบอกว่าฟ้า
ร้องไห้ออกมา เป็นน้ำฝน
อยากรู้นัก ฟ้าที่เบื้องบน
ต้องมาร้องไห้เพราะใคร
หรือฟ้าสงสาร
คนอย่างฉันถูกหลอกเรื่อยไป
ถูกเขาลวงเขาล้วงหัวใจ
เอาไปต้มยำทำแกง
.ฝนฟ้ากระหน่ำ
เสียงฟ้าคำรามดูน่า กลัว
น้ำตาฟ้าหลั่งมารดตัว
รดหัวใจฉันจนชา
ฉันคนผิดหวัง
มีเคราะห์กรรมไร้วาสนา
เขาเลยไม่รักไม่ยอมพูดจา
หลอกลวงให้ฉันต้องตรม
.ฉัน มัน คนซื่อ
ไม่เคยฝึกปรือ
ในเรื่อง ความรัก
เพิ่งเคยได้รู้
เพิ่งเคยได้ลอง
เพิ่งเคยรู้ จัก
สุดท้ายต้องมาอกหัก
ไม่รู้จะดามยังไง
.เขาบอกว่าฟ้า
ร้องไห้ออกมา ให้ฉัน
ฟ้าสงสารและคงผิดหวัง
ที่ชักนำให้ฉันพบเธอ
น้ำตาที่ไหลจากความตั้งใจ
ไม่ได้พลั้งเผลอ
ชาตินี้เข็ดแล้วนะเออ
ไม่อยากเจอหน้าเธออีกเลย
....ดนตรี........
.ฉัน มัน คนซื่อ
ไม่เคยฝึกปรือ
ในเรื่อง ความรัก
เพิ่งเคยได้รู้
เพิ่งเคยได้ลอง
เพิ่งเคยรู้ จัก
สุดท้ายต้องมาอกหัก
ไม่รู้จะดามยังไง
.เขาบอกว่าฟ้า
ร้องไห้ออกมา ให้ฉัน
ฟ้าสงสารและคงผิดหวัง
ที่ชักนำให้ฉันพบเธอ
น้ำตาที่ไหลจากความตั้งใจ
ไม่ได้พลั้งเผลอ
ชาตินี้เข็ดแล้วนะเออ
ไม่อยากเจอหน้าเธออีกเลย
..
.



....ดนตรี........
ลม เจ้าเอย
เจ้าช่วยเป็นพยาน
เขาเคยฝากคำหวาน
ผ่านมาให้ฟัง.
เคยพูดจาหยอกล้อ
เคยเคลียคลอไม่ห่าง
ลมพัดมาใจข้าสะท้าน
เขามาจืดจางไป.
ลม เจ้าเอย
พัดน้ำตาไปที
ความรักและความดี
ไม่อาจมัดใจ
เคยสัญญาต่อกัน
ขอรักจนไม่หายใจ
แต่เขากลับมาทำใจร้าย
ทิ้งกันไปได้ลง
.ฝาก ลมไป ช่วยตัดพ้อ
ต่อ ว่าเขาที่ลืมสัญญา
ผ่านไปกี่หน้าฝน
ลมหนาวเริ่มโชยพัดมา
ลมก็ยังพัดเตือนใจข้า
ไม่เห็นไปเตือนใจเขา
.ลม เจ้าเอย
พัดความเศร้าไปที
ใจของข้าดวงนี้
ถูกเขาข่มเหง.
วอนพัดมาอีกครั้ง
พัดคราบน้ำตาแห้งเอง
ช่วยพลัดพรากคนชอบข่มเหง
ให้หายไปจากใจฉัน
....ดนตรี.....
.ลม เจ้าเอย
พัดความเศร้าไปที
ใจของข้าดวงนี้
ถูกเขาข่มเหง.
วอนพัดมาอีกครั้ง
พัดคราบน้ำตาแห้งเอง
ช่วยพลัดพรากคนชอบข่มเหง
ให้หายไปจากใจฉัน
..
.




ปาฏิหาริย์
อรวี สัจจานนท์
C

สัญญาหน้าไฟ
อรวี สัจจานนท์
F#

....ดนตรี..........
.เมื่อเราเจอกัน
เจอกันแค่ครั้งเดียว
ก็ผูกพันเหมือน
ใกล้ชิดมานาน
บอกไม่ถูกว่าทำไม
หรือเราจะเคย
ได้เจอกันชาติก่อน
.ต่างใจตรงกัน
มองตาก็เข้าใจ
แต่คงเป็นเพียง
ได้แค่มองตา
อยากจะกอดเก็บเธอไว้
แต่พบกันเมื่อสาย
ไม่อยากจะแย่งใคร.
>น่าจะเจอกันมาตั้งนาน
ก่อนที่เธอจะเป็นของใคร
อยากให้มันมีปาฏิหาริย์
ให้ตัวฉันย้อนเวลากลับไป
จะไม่ยอมให้เราคลาดกัน
ฉันคงจะพบรักเธอก่อนใคร
มันน่าเสียดาย
.น่าจะเจอกันมาตั้งนาน
ก่อนที่เธอจะเป็นของใคร
อยากให้มันมีปาฏิหาริย์
ให้ตัวฉันย้อนเวลากลับไป
จะไม่ยอมให้เราคลาดกัน
ฉันคงจะพบรักเธอก่อนใคร
พบกันสายไป
มันน่าเสียดาย
ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง
....ดนตรี..........
.ต่างใจตรงกัน
มองตาก็เข้าใจ
แต่คงเป็นเพียง
ได้แค่มองตา
อยากจะกอดเก็บเธอไว้
แต่พบกันเมื่อสาย
ไม่อยากจะแย่งใคร.
>น่าจะเจอกันมาตั้งนาน
ก่อนที่เธอจะเป็นของใคร
อยากให้มันมีปาฏิหาริย์
ให้ตัวฉันย้อนเวลากลับไป
จะไม่ยอมให้เราคลาดกัน
ฉันคงจะพบรักเธอก่อนใคร
มันน่าเสียดาย
.น่าจะเจอกันมาตั้งนาน
ก่อนที่เธอจะเป็นของใคร
อยากให้มันมีปาฏิหาริย์
ให้ตัวฉันย้อนเวลากลับไป
จะไม่ยอมให้เราคลาดกัน
ฉันคงจะพบรักเธอก่อนใคร
พบกันสายไป
มันน่าเสียดาย
ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง
..
.



....ดนตรี.........
มาทวงสัญญา
จะมาทวงคำสาบาน
ถ้อยคำที่เคยพูดกัน
สัญญาไว้ว่าอย่างไร
ค่ำคืนเหน็บหนาว
เราเคยแอบอิงชิดใกล้
กระซิบคำรักหน้าไฟ
ไม่มีวันพรากจากกัน
.เมื่อไฟมอดลง
เธอคงลืมคำสัญญา
ไม่มีวี่แววกลับมา
หรือเธอไปคว้าคนใหม่
สิ่งที่เคยฝัน
ไม่เป็นไปดังตั้งใจ
ความรักก็เริ่มเลือนหาย
เหมือนไฟที่มันขาดฟืน
.ความรักคงเหมือนไฟ
ทุ่มเทใจให้เป็นเชื้อฟืน
เธอถอนความรักคืน
ฉันกลืนน้ำตา
โดนเผาไปทั้งใจ
เธอแกล้งทำร้อยเล่ห์มารยา
คนไม่จำสัญญา
ไม่อยากจะเจอ
.จบกันเสียที
อย่ามีเยื่อใยให้กัน
เลิกเจอเลิกจำเลิกฝัน
จบกันเสียแต่บัดนี้
เข็ดแล้วความรัก
ถูกคนใจดำย่ำยี
สาบานหน้าไฟอีกที
ไม่มีเธอในหัวใจ
....ดนตรี.........
จบกันเสียที
อย่ามีเยื่อใยให้กัน
เลิกเจอเลิกจำเลิกฝัน
จบกันเสียแต่บัดนี้
เข็ดแล้วความรัก
ถูกคนใจดำย่ำยี
สาบานหน้าไฟอีกที
ไม่มีเธอในหัวใจ
..
.




ลมรำเพย
อรวี สัจจานนท์
F

รักซ้อน
อรวี สัจจานนท์
C

....ดนตรี.........
จาก ไปแล้วดังลมรำเพย
โอ้ อกเอยไม่หวนกลับหลัง
ดั่ง ราตรีที่ลืมรุ้งราง
ดุจดาวที่หลงฟ้ากว้าง
ดั่งทางที่ร้างสัญจร.
จาก ไปแล้วหนอความหวังดี
คอย จู้จี้ห่วงใยไถ่ถอน
แว่นเสื้อผ้า
หยูกยา กระเซ้าเง้างอน
อยู่ตรงไหนฟูกหมอน
ไถ่ถามกับความคิดถึง.
เพียง น้ำคำกล่าวลาเข้มแข็ง
ขวัญโรยอ่อนเรี่ยวแรง
หลั่งรินร่ำลาคราหนึ่ง
จากก็เจ็บ อยู่ก็จำเจจึง
ไปเพื่อไถ่ถามถึง
ห่วงหากันอีกสักหน
.เหม่อ มองแล้วเมื่อไรจะมา
ห่วง หนักหนาว่าจะสับสน
ไต่ แสงดาวกับใครกี่คน
ไปเพื่อจะหลุดพ้น
หรือตั้งใจไปเหงา
....ดนตรี.........
เพียง น้ำคำกล่าวลาเข้มแข็ง
ขวัญโรยอ่อนเรี่ยวแรง
หลั่งรินร่ำลาคราหนึ่ง
จากก็เจ็บ อยู่ก็จำเจจึง
ไปเพื่อไถ่ถามถึง
ห่วงหากันอีกสักหน
.เหม่อ มองแล้วเมื่อไรจะมา
ห่วง หนักหนาว่าจะสับสน
ไต่ แสงดาวกับใครกี่คน
ไปเพื่อจะหลุดพ้น
หรือตั้งใจไปเหงา
..
.



....ดนตรี......
รักซ้อน ซ่อนรัก
เพิ่งประจักษ์แสนปวดใจ
ทุ่มเท รักไปเท่าไหร่
....
สิ่งที่ได้คือเขาลวงเรา
ลอยไป สู่ความหลัง
แสนประดัง ปวด ใจร้าว
เคลียคลอ เขามีคู่เคล้า
ได้แต่เอา
เสียงเพลงปลอบใจ
....ดนตรี......
รักซ้อน ซ่อนรัก
เพิ่งประจักษ์แสนปวดใจ
ทุ่มเท รักไปเท่าไหร่
....
สิ่งที่ได้คือเขาลวงเรา
ลอยไป สู่ความหลัง
แสนประดัง ปวด ใจร้าว
เคลียคลอ เขามีคู่เคล้า
ได้แต่เอา
เสียงเพลงปลอบใจ
....ดนตรี........
ลอยไป สู่ความหลัง
แสนประดัง ปวด ใจร้าว
เคลียคลอ เขามีคู่เคล้า
ได้แต่เอา
เสียงเพลงปลอบใจ
..
.




ยิ้มกลางสายฝน
อรวี สัจจานนท์
B

มารหัวใจ
อรวี สัจจานนท์
E

....ดนตรี......
เย็น ฝนพรำ
พร่างพรู สู่ พฤกษา
พรม ไม้ป่า สดใส ใน วสันต์
หัว ใจเรา
ฉ่ำชื่น เช่นดังคืนวัน
ฝัน และใฝ่
โลกใหม่ ต้องเป็นของเรา
....ดนตรี.....
ยาม ฝนหลั่ง
เมฆบัง บด ทิวเขา
ยาม เห็นเจ้า
เปียกปอน ตอนใกล้สาง
พบ คนจริง
ยิ่งยง คู่คงเส้นทาง
เห็น ผู้สร้าง
ความทรงจำ มิเลือนจากใจ
ยืน หยัดทะนง
คู่คง เส้นทางยืดเยื้อ
ยิ้ม เพื่อ
ความฝัน ใกล้บรรลุชัย
....ดนตรี.........
ยาม เห็นหน้า
ต้องตา สื่อ ความหมาย
จับมือ ทักทาย
ส่งยิ้ม กลางสายฝน
พบ ความจริง
ยิ่งหมาย มั่นใน กมล
หน ทางสู้
สู่ชัย มิไกลจากเรา
..
.



....ดนตรี........
สิ่งเดียว ที่ปราถนา
คือรักของข้า รักยิ่งสิ่งใด
กลับมีมาร ผลาญหัวใจ
เอารักข้าไป ช้ำใจสุดทน
.บาปกรรม ก่อนทำไฉน
จึงย้อนนำให้ รักเราอัปจน
ต้องสูญเสีย ให้ช้ำทน
รักเอ๋ยสร้างคน เป็นมารหัวใจ
.สาปแล้ว รักเพียงชาตินี้
ขอมีรักเดียว
มิปองข้องเกี่ยวรักใหม่
ทำบุญ กรวดน้ำไปให้
เกิดเป็นคนชาติใด
อย่าให้เสียน้ำตา
.ชาติเดียว ที่ต้องมาร้าง
มารรักเป็นก้าง ขวางในอุรา
ต้องสูญเสีย เสียน้ำตา
ชาตินี้เกิดมา มีมารหัวใจ
....ดนตรี........
.สาปแล้ว รักเพียงชาตินี้
ขอมีรักเดียว
มิปองข้องเกี่ยวรักใหม่
ทำบุญ กรวดน้ำไปให้
เกิดเป็นคนชาติใด
อย่าให้เสียน้ำตา
.ชาติเดียว ที่ต้องมาร้าง
มารรักเป็นก้าง ขวางในอุรา
ต้องสูญเสีย เสียน้ำตา
ชาตินี้เกิดมา มีมารหัวใจ
..
.



ผ้าผวยและสายลมหนาว
อรวี สัจจานนท์
E

ปีกรัก
อรวี สัจจานนท์
G

....ดนตรี.........
สาย ลมหนาว พัดมา
พา ให้กาย หนาวเย็น
สาย ลมพัด ยามเย็น
มันเสียดแทง ทุกห้วงใจ.
.กระท่อม น้อย ในท้องนา
ชายคา ที่พอ คุ้มกาย
แต่หนาว มันโหดร้าย
ยังย่างกราย มาเยี่ยมเยือน
.>ผ้าผวย เรามีน้อยผืน
กลางคืน แม่คอยย้ำเตือน
แต่หนาว มันเชือดเฉือน
และเสียด แทง ทุกห้วงใจ
.ลูกเอ๋ย แม่ก่อไฟ
ลูกจ๋า มาอิงผิงไฟ
มาอาบไอ อุ่นไฟแรงฟืน
จนกว่ากลางคืน
จะผ่านไปอีกวัน
....ดนตรี.........
ลูกเอ๋ย แม่ก่อไฟ
ลูกจ๋า มาอิงผิงไฟ
มาอาบไอ อุ่นไฟแรงฟืน
จนกว่ากลางคืน
จะผ่านไปอีกวัน
จนกว่ากลางคืน
จะผ่านไปอีกวัน
..
.



....ดนตรี........
ไกลห่างไกลแสน ไกล
แต่ดวงใจ ไม่เคยลืมเลือน
ภาพหลัง ยังคอยย้ำเตือน
เจ็บลึก ในความทรงจำ
ดาวหมื่นแสนล้านดวง
เปลี่ยวเหงา ไม่เคยชอกช้ำ
ส่วนลึก แห่งความทรงจำ
แจ่มใส แม้ในราตรี
>เป็นความรัก
รักเอย ที่เคยผูกพัน
เป็นความฝัน
ฝันเอย มิเคยเหือดหาย
ฝัน เจ้าฝัน
ฝันเอย มิเคยเสื่อมคลาย
แม้ไกลเหมือนใกล้
อุ่นไอ ซึ้งในวิญญา.
.ใจส่งใจถึงใจ
จากดวงใจ ย้อนวันเวลา
ฝากแสง ดวงดาริกา
ส่องถึง ให้กำลังใจ
กางปีกบางคลี่โอบ
อุ่นไอรัก ให้เธอสดใส
แผ่นฟ้า แผ่นดินแดนใด
ปีกรัก ทอดยาวถึงเธอ
....ดนตรี........
>เป็นความรัก
รักเอย ที่เคยผูกพัน
เป็นความฝัน
ฝันเอย มิเคยเหือดหาย
ฝัน เจ้าฝัน
ฝันเอย มิเคยเสื่อมคลาย
แม้ไกลเหมือนใกล้
อุ่นไอ ซึ้งในวิญญา.
.ใจส่งใจถึงใจ
จากดวงใจ ย้อนวันเวลา
ฝากแสง ดวงดาริกา
ส่องถึง ให้กำลังใจ
กางปีกบางคลี่โอบ
อุ่นไอรัก ให้เธอสดใส
แผ่นฟ้า แผ่นดินแดนใด
ปีกรัก ทอดยาวถึงเธอ
..
.




อยู่นานๆได้ไหม
อรวี สัจจานนท์
F

อานนท์
อรวี สัจจานนท์
C

....ดนตรี..........
มา แล้วอยู่นานๆได้ไหม
นาน แล้วไงที่เธอไม่มา
นาน เท่าไหร่ไม่ได้สบตา
ตา ฉันสุดซึ้งยิ่งกว่าใคร
.คืน ทุกคืนนั้นช่างมืดมน
ทน ฉันทนเงียบเหงาเท่าไหร่
ลมพัด เพียงแผ่วเบา
เย็นหนาว แทบขาดใจ
เก็บความระทมขมไว้
ก็ไม่วาย เผลอนอน
ละเมอถึงเธอเรื่อยไป
.....เห็น ใจคนที่เฝ้าคิดถึง
....ดนตรี......
มา แล้วอยู่นานๆได้ไหม
เรื่อง ทุกข์ใดไม่ต้องคะนึง
ใคร ไหนอื่นอย่าพึ่งคิดถึง
เรา ซึ้งกันสองคนก็พอ
.ใย ถึงมัวเอาแต่จ้องตา
มา ซิมาอย่ามัวรั้งรอ
พร่ำรัก ให้ฉ่ำหวาน
กอดฉัน เสียให้พอ
โลกไม่หยุดรอ
เราสอง ไม่ต้องง้อ
ขอ เพียงเราอยู่คู่กัน
...ขอ สักวันที่เป็นของเรา
..
.



....ดนตรี.........
เขา คืออานนท์
ที่คน รักและ ทรงจำ
ตายเพื่อเกิด เพื่อชีวิตใหม่
คือลูกชาย ห้าว หาญ
จากบ้านมา แนวหน้า
ตามคำเพรียกขาน
เป็น ทหาร
ของกองทัพ แห่งชาติไทย
.ถือ ปืนทะนง
พุ่งตรง ต้านตี ศัตรู
มือถือปืน ยืนสู้
ต่อศัตรู ไม่ หวั่นไหว
ฝ่ากระสุนปืน
พรูพรั่ง ทั้งลูกไฟ
เหนือภูดอย
ไกลสุด สุดลำเค็ญ
.แสง ตะวันรอน
ขอบฟ้า ลับลา อาลัย
โอ้ลูกชาย ของ แม่
ต่อแต่นี้ ไม่ ได้เห็น
ฝากหัวใจ
รอยเลือด ที่ กระเซ็น
เช้า หรือเย็น
หาย ชื่น ดั่งปืนรบ
....ดนตรี.........
ปืนรบและกวี
ชีพนี้เพื่อมวลประชา
จารึกเลือด น้ำตา
บนแผ่นฟ้า และผาหิน
ศึกนี้แรง
แดงเดือด เลือด หลั่งริน
กระซิบดิน
ฝัง ฝาก จากพวกเรา
..
.




เธอรู้หรือเปล่า
อรวี สัจจานนท์
Abm

เพียงลมพัดผ่าน
อรวี สัจจานนท์
C

....ดนตรี........
อาจจะดูว่ามันนาน
ผ่านมานานล่วงเลยไป
อาจจะดูว่าหัวใจ
ของฉันมันชินและชา
ดูไม่เป็นทุกข์
เหมือนไม่เสียใจ
เหมือนคนไม่มีน้ำตา
อาจจะดูว่าดีกว่า จากวันนั้น
.....
อาจจะดูเหมือนแข็งแรง
แกร่งกว่าวันที่เธอไป
อาจจะดูเหมือนลืมง่าย
คล้ายๆไม่มีอะไร
มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย
ยังไม่เคยลืมเลือนเธอไป
ไม่ว่านานเท่าไหร่
>เธอรู้ หรือเปล่า
ว่ามันเจ็บปวดรวดร้าว
และทรมาน
เมื่อรู้ว่าไม่มีใคร
เธอรู้หรือเปล่า
ความเหงากับความว่างเปล่า
ปวดร้าวเพียงใด
เมื่อต้องคอยแต่คน
ที่ไม่มีวันกลับมา
....ดนตรี....
มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย
ยังไม่เคยลืมเลือนเธอไป
ไม่ว่านานเท่าไหร่
>เธอรู้ หรือเปล่า
ว่ามันเจ็บปวดรวดร้าว
และทรมาน
เมื่อรู้ว่าไม่มีใคร
เธอรู้หรือเปล่า
ความเหงากับความว่างเปล่า
ปวดร้าวเพียงใด
เมื่อต้องคอยแต่คน
ที่ไม่มีวันกลับมา
....ดนตรี....
เธอรู้ หรือเปล่า
ความเหงากับความว่างเปล่า
ปวดร้าวเพียงใด
เมื่อต้องคอยแต่คน
ที่ไม่มีวันกลับมา
..
.



....ดนตรี..........
ฉัน ไม่อยาก
กล่าวคำ ว่าอำลา
ฉัน ใช่มา โอดครวญ
หรือชวน ให้ลุ่มหลง
เพียงลมๆ
ที่พ่านเลย ก็เลยไป.
เหมือน น้ำหลาก
ล่องลง ไม่คืนหลัง
น้ำ ก็ยัง
ชุ่มเย็น เป็นสายน้ำ
ไม่เคยขาด
ไม่ไหลคืน คือความจริง
....ดนตรี..........
เรา พบกัน
มีเรื่องราว เล่ากันฟัง
เป็น เหมือนดั่ง
ภาพเขียน ที่เสกสรร
บรรยากาศ ที่ดี และจริงใจ
.แม้ ไม่มี พยาน
คำมั่น หรือสัญญา
อย่ารอ เวลา ให้ล่วงเลย
ร่างกาย จะร่วงโรย
จงโบกโบย
โผบิน แม้เหน็บหนาว
ใช่ว่าเรา
จะจากกัน นิรันดร์ไป
....ดนตรี..........
.แม้ ไม่มี พยาน
คำมั่น หรือสัญญา
อย่ารอ เวลา ให้ล่วงเลย
ร่างกาย จะร่วงโรย
จงโบกโบย
โผบิน แม้เหน็บหนาว
ใช่ว่าเรา
จะจากกัน นิรันดร์ไป
จงโบกโบย
โผบินแม้เหน็บหนาว
ใช่ว่าเรา
จะจากกัน นิรันดร์ไป
..
.




เพียงแค่ใจเรารักกัน
อรวี สัจจานนท์
D

ขอเวลาตั้งตัว
อรวี สัจจานนท์
Bbm

....ดนตรี........
เพียง อยู่ในวงแขนคุณ
อบอุ่นในหัวใจ
เพียง ได้เดินเคียงข้างคุณ
ดั่งมีพรมละมุน
.ทอดพาดวงใจ
เราไปยังนภาฟ้าที่แสนไกล
ที่ไม่มีใครเคยก้าวล้ำ
ข้ามผ่านพ้นไป
เก็บดวงดาวที่ลอยเกลื่อนฟ้า
จับมาเรียงร้อยเป็นมาลัย
คล้องใจ ทอดพาดวงใจ
เราไปยังนภาฟ้าที่แสนไกล
ที่ไม่มีใครเคยก้าวล้ำ
ข้ามผ่านพ้นไป
เก็บดวงดาวที่ลอยเกลื่อนฟ้า
จับมาเรียงร้อยเป็นมาลัย
คล้องใจ....คู่กัน
.เพียงแค่ใจเรารักกัน
บดบังความสำคัญ อื่นใด
เพียงแค่ใจเราสองใจ
เข้าใจในรักจริง
.และเรามีเพียง
งานวิวาห์เดียวดาย
ภายใต้แสงจันทร์
สุกสกาวดวงดาวแพรวพราว
นับหมื่นร้อยพัน
ร่วมกันเป็นพยานแห่งรัก
ที่ไม่มีพิธีใดจะ สำคัญ
.และเรามีเพียง
งานวิวาห์เดียวดาย
ภายใต้แสงจันทร์
สุกสกาวดวงดาวแพรวพราว
นับหมื่นร้อยพัน
ร่วมกันเป็นพยานแห่งรัก
ที่ไม่มีพิธีใดจะสำคัญ
เหนือใจ
....ดนตรี........
และเรามีเพียง
งานวิวาห์เดียวดาย
ภายใต้แสงจันทร์
สุกสกาวดวงดาวแพรวพราว
นับหมื่นร้อยพัน
ร่วมกันเป็นพยานแห่งรัก
ที่ไม่มีพิธีใดจะสำคัญ
.และเรามีเพียง
งานวิวาห์เดียวดาย
ภายใต้แสงจันทร์
สุกสกาวดวงดาวแพรวพราว
นับหมื่นร้อยพัน
ร่วมกันเป็นพยานแห่งรัก
ที่ไม่มีพิธีใดจะสำคัญ
เหนือใจ
..
.



....ดนตรี........
รู้ว่าเธอเปลี่ยนไป
แต่พึ่งรู้สึกตัวไม่นาน
รู้เมื่อวันที่สาย เกินไป
เมื่อมันมาสุดทาง
ไม่มีทางที่จะเริ่มใหม่
ก็จำยอมเข้าใจ อย่างนั้น
.แต่วันนี้ตอนนี้
ขอทีอย่าเอ่ยอะไร
ยังไม่ทันเตรียมใจจะฟัง
>ก็ไม่ทัน ตั้งตัว
กลัวใจรับไม่ทัน
เมื่อจะลา ร้างกัน
ขอให้ฉันทำใจ
ให้เวลานิดเดียวได้ไหม
แค่ให้พอลบเธอจากใจ
เมื่อเธอเดินลับไป
จะไม่มีน้ำตา ให้เธอ
.ขอเวลาตั้งตัว
อยากจะขอเวลาตั้งใจ
พร้อมเมื่อไรเธอค่อย
พูดจา ขอเวลาข่มใจ
ก็คงใช้เวลาไม่นาน
แล้วเราจึงจากกัน ได้ไหม
.แต่วันนี้ตอนนี้
ขอทีอย่าเอ่ยอะไร
ยังไม่ทันเตรียมใจจะฟัง
>ก็ไม่ทัน ตั้งตัว
กลัวใจรับไม่ทัน
เมื่อจะลา ร้างกัน
ขอให้ฉันทำใจ
ให้เวลานิดเดียวได้ไหม
แค่ให้พอลบเธอจากใจ
เมื่อเธอเดินลับไป
จะไม่มีน้ำตา ให้เธอ
....ดนตรี........
.แต่วันนี้ตอนนี้
ขอทีอย่าเอ่ยอะไร
ยังไม่ทันเตรียมใจจะฟัง
>ก็ไม่ทัน ตั้งตัว
กลัวใจรับไม่ทัน
เมื่อจะลา ร้างกัน
ขอให้ฉันทำใจ
ให้เวลานิดเดียวได้ไหม
แค่ให้พอลบเธอจากใจ
เมื่อเธอเดินลับไป
จะไม่มีน้ำตา ให้เธอ
เมื่อเธอเดินลับไป
จะไม่มีน้ำตาให้เธอ
..
.




ก่อนจาก
อรวี สัจจานนท์
G

กุหลาบปากซัน
อรวี สัจจานนท์
D

....ดนตรี.........
ไม่ต้องกล่าว คำลา
อาลัย ให้ใจหมอง หม่น
ไม่ต้องคิดกังวล
อาวรณ์ เมื่อตอนจากลา
ไม่ต้องโบกมือลา
น้ำตา ไม่ต้องไหล หลั่ง
เสียงกระซิบยังดัง
ซึ้งใจ ไม่เคยลืมเลือน
.จะอยู่แห่งไหน
แม้ไกล หรือ ใกล้
ขอเพียงเรามีใจ
ให้กัน เท่านั้นก็พอ
....ดนตรี.........
ไม่ต้องเอ่ย คำลา
ถึงครา ที่ต้องลา จาก
ให้ความรักยืนนาน
มั่นคง ตลอด เวลา
ก่อนจะจากมองตา
ซึ้งใจไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
เพื่อนเอ๋ยเข้าใจ
ซึ้งใจ แม้ในดวงตา
.จะอยู่แห่งไหน
แม้ไกล หรือ ใกล้
ขอเพียงเรามีใจ
ให้กัน เท่านั้นก็พอ
และไม่ต้องเอ่ย คำลา
ถึงครา ที่ต้องลา จาก
ให้ความรักยืนนาน
มั่นคง ตลอด เวลา
ก่อนจะจากมองตา
ซึ้งใจไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
รักเอ๋ยเข้าใจ
ซึ้งใจ แม้ในดวงตา
..
.



....ดนตรี........
แดนดินถิ่นไกล เหลือตา
อยู่สุดนภาน้ำคำชมว่าแสนงาม
หวั่นไหวใจสาว แว่วคำหวาน
วาดทิพย์วิมานคล้อยจิตตาม
ฝันเอยงดงามงาม เหนือใคร
จริงใจบ่น้อ คำชม
ย่านหลอกเพียงสม
ภิรมย์ใจแล้ว หนีไกล
ม่วนหลายคำหวาน ว่าฮักเดียว
บ่ขอข้องเกี่ยว หญิงอื่นใด
ปากตรงกับใจให้ฮักไปครอง
.โอ้ กุหลาบสวรรค์
แห่งเมืองปากซัน
ที่อ้ายฝากใจหมายปอง
ชม แล้วอย่าเมินบ่มอง
กุหลาบเคยสวยดั่งทอง
สิ้นความสาวส่องย่านเป็นธุลี
.ยามแลงค่ำลง น้ำซัน
โอ้บริพันน้ำซันไหลผ่าน ใสดี
แต่หัวใจสาว หวั่นฮักสาย
ก่อนอ้ายลาไกลย้ำอีกที
ว่าฮักอีหลีต่อสีแสงจันทร์
....ดนตรี........
.โอ้ กุหลาบสวรรค์
แห่งเมืองปากซัน
ที่อ้ายฝากใจหมายปอง
ชม แล้วอย่าเมินบ่มอง
กุหลาบเคยสวยดั่งทอง
สิ้นความสาวส่องย่านเป็นธุลี
.ยามแลงค่ำลง น้ำซัน
โอ้บริพันน้ำซันไหลผ่าน ใสดี
แต่หัวใจสาว หวั่นฮักสาย
ก่อนอ้ายลาไกลย้ำอีกที
ว่าฮักอีหลีต่อสีแสงจันทร์
..
.




กามเทพโกหก
อรวี สัจจานนท์
Eb

ต่อเวลารัก
อรวี สัจจานนท์
G

....ดนตรี..........
.เคยหลงเชื่อว่ากามเทพ
แผลงศร ตอนครั้งก่อน
ผู้ใหญ่เขาเล่าให้ฟัง
บอกเราว่ามีตัวตน
ใช่จะอยู่ตามลำพัง
มีหญิงบ้างชายบ้างเท่าๆกัน
.เขาร่อนเร่หาคน
ที่พลาดจากรัก
เอาศรปักรักปลูกแล้วผูกติดกัน
ก็เกิดพรั่นในดวงใจ
อยู่ที่ใดก็ตามทัน
เป็นเพราะความรักนั่น
เรียกมาหา
.วันหนึ่ง ได้เจอชายหุ่นสำอาง
เขามีทุกอย่าง
เราเริ่มรักพอได้สบตา
กาม-เทพคงส่งเขามา
ครั้นพอเราได้พูดได้จา
หลงรักเป็นบ้าไปในทันที
.แต่เขากลับลับไป
คล้ายไม่สงสาร
เป็นแผนการรึกามเทพตัวดี
ส่งคนหลอกชอบลวงเรา
ให้เราเศร้ามานานปี
กามเทพจู้จี้ โกหกเรา
....ดนตรี..........
.แต่เขากลับลับไป
คล้ายไม่สงสาร
เป็นแผนการรึกามเทพตัวดี
ส่งคนหลอกชอบลวงเรา
ให้เราเศร้ามานานปี
กามเทพจู้จี้ โกหกเรา
..
.



....ดนตรี..........
ปวด ร้าว
เฝ้าแต่ระทมซานซมฤทัย
แค่คิดจะสั่งลา
ต้องแอบสั่งลม
ขื่น ขมสิ้นดี
เกลียด ฉัน
อย่าเอาหัวใจ ไปบดขยี้
ดอกไม้ ไร้ค่านี้
ดอกหญ้ายังมี
คนที่ ปรารถนา
.>ฉันหวัง เพียงรอ
ฉันรอต่อไป
ดั่งคนที่ไร้ น้ำยา
ฉันยังไม่หลั่งน้ำตา
คิดว่าจะรอ
จึงต่อเวลา รักเธอเรื่อยไป
.เจ็บ ช้ำ
ค่ำคืนเสียงใคร
ครวญคร่ำพิไล
คือเสียงเรา สะอื้นใจ
จุดเทียนไข
มอง น้ำตาเทียน
....ดนตรี..........
.>ฉันหวัง เพียงรอ
ฉันรอต่อไป
ดั่งคนที่ไร้ น้ำยา
ฉันยังไม่หลั่งน้ำตา
คิดว่าจะรอ
จึงต่อเวลา รักเธอเรื่อยไป
.เจ็บ ช้ำ
ค่ำคืนเสียงใคร
ครวญคร่ำพิไล
คือเสียงเรา สะอื้นใจ
จุดเทียนไข
มอง น้ำตาเทียน
..
.




ดอกกระโดน ( Bm )
อรวี สัจจานนท์
Bm

คืนรัง ( Am )
อรวี สัจจานนท์
Am

พยัพ คำพันธุ์
Pro. Music
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>
ดอกกระโดน
อยู่ในพงพฤกษ์ไพร
เจ้าเป็นดอกไม้
ห่างไกลคนเหลียวมอง
ไม่มีสีสัน
บริสุทธิ์ผุดผ่อง
กระทบแสงทอง
เมื่อยามอรุโณทัย
หมู่ภมร
สะออนมาตอมหอมกลิ่น
ลิ้มรสหมดสิ้น
โบกบินทอดทิ้งเจ้าไป
เจ้ากระโดน
ไม้ป่ามีค่าไฉน
ชื่อเจ้าเลือนหาย
ดอกไม้ที่บนภูยาว
ดอกเอย เจ้าดอกกระโดน
เปรียบเช่นคน
ที่ร่วงโรยอับเฉา
มีใครบ้างหนอ
ที่เขารู้ใจเรา
ว่าสุดแสนเหงา
เหมือนเจ้าที่เฉาโรยรา
เจ้ากระโดน
เอนต้นรอฝนมาเยือน
ข้าก็เหมือน
ดั่งเจ้าที่เฝ้าโหยหา
กระโดนขาดฝน
ดั่งคนที่ทรมา
รอวันนั้นหนา
ฝนลาสั่งฟ้ามาเยือน
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>
ดอกเอย เจ้าดอกกระโดน
เปรียบเช่นคน
ที่ร่วงโรยอับเฉา
มีใครบ้างหนอ
ที่เขารู้ใจเรา
ว่าสุดแสนเหงา
เหมือนเจ้าที่เฉาโรยรา
เจ้ากระโดน
เอนต้นรอฝนมาเยือน
ข้าก็เหมือน
ดั่งเจ้าที่เฝ้าโหยหา
กระโดนขาดฝน
ดั่งคนที่ทรมา
รอวันนั้นหนา
ฝนลาสั่งฟ้ามาเยือน

สุรชัย จันทิมาธร
Pro. Music
ดนตรี..6..Bars
4...5...6>
โอ้ยอดรัก ฉันกลับมา
จากขอบฟ้าที่ไกลแสนไกล
จากโคนรุ้ง ที่เนินไศล
จากใบไม้ หลากสีสัน
ฉันเหนื่อย
ฉันเพลีย ฉันหวัง
ฝากชีวิต ให้เธอเก็บไว้
ฝากดวงใจ ให้นอนแนบรัง
ฝากดวงตาและความมุ่งหวัง
อย่าชิงชังฉันเลยยอดรัก
นานมาแล้ว เราจากกัน
โอ้คืนวัน นั้นแสนหน่วงหนัก
ดั่งทุ่งแล้ง ที่ไร้เพิงพัก
ดั่งภูสูง ที่สูงสุดสอย
โอ้ยอดรัก ฉันกลับมา
ดั่งชีวา ที่เคยล่องลอย
มาบัดนี้ ที่เราเฝ้าคอย
เจ้านกน้อยโผคืนสู่รัง
ดนตรี..9..Bars
7...8...9>
นานมาแล้ว เราจากกัน
โอ้คืนวัน นั้นแสนหน่วงหนัก
ดั่งทุ่งแล้ง ที่ไร้เพิงพัก
ดั่งภูสูง ที่สูงสุดสอย
โอ้ยอดรัก ฉันกลับมา
ดั่งชีวา ที่เคยล่องลอย
มาบัดนี้ ที่เราเฝ้าคอย
เจ้านกน้อยโผคืนสู่รัง
ฉันเหนื่อย
ฉันเพลีย ฉันหวัง


คอยลมเกี่ยวใจ ( Am )
อรวี สัจจานนท์
Am

ความรักกับสายน้ำ
อรวี สัจจานนท์
Bb

คม ทัพแสง
Pro. Music
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>>
คอยลมพัดพา
สัญญามาสู่ใจน้อง
คอยคืนทุ่งทอง
สองใจลู่ลมรัญจวน
หวนรักรำพึง
เฝ้าคิดถึง เสน่หา
จำซึ้งคำสัญญา
หากลมมาจะคืนรักนาง
คิดถึงข้าวรวง
กรุ่นทรวงไม่ห่าง
คิดถึงกองฟาง
กรุ่นกลางสายลม
ใจได้รักเธอ
ขอเจอเพียงพี่เท่านั้น
เคยกระซิบกัน
ฝังรอยร่วมเรียวเคียวคม
หวนครวญรำพึง
ให้คิดถึง ผ่าวเรือนผม
ยามไล้คลอสายลม
โอบเอวกลมอุ่นลมเว้าวอน
มองแสงเดือนนวล
ป่วนใจไหวอ่อน
มองแสงเดือนรอน
อ่อนใจให้ครวญ
ดนตรี..4..Bars
2...3...4>>>
หวงดวงฤทัย
ห่มใจคอยคู่นวล
หวงรอยรัญจวน
แนบนวลเนื้ออาทรคอย
คอยคอยสายลม
พริ้วพรมเนียนแก้มนางนั้น
คอยคืนสัมพันธ์
ฝังรอยย้ำนางกลางใจ
หวนรักรำพัน
ผ่านผิวลม ห่มใจไว้
นวลเอ๋ยเคยอุ่นไอ
อยู่สุดไกลใจคอยตั้งตา
คอยโค้งเคียวงาม
เกี่ยวตามสัญญา
คอยสายลมพา
เกี่ยวใจพี่คืน
คอยสายลมพา
เกี่ยวใจพี่คืน

....ดนตรี..........
เรือน้อยทวนน้ำมา
จะจอด ท่าไหน
หอบรักมาให้ใคร
ครวญถามเรือน้อยไป
ข้องจิต ใจนัก
ความรักกับสายน้ำ.
.ปลาสีเงินงดงาม
กระโดด เหนือน้ำ
ดูสวยงาม เป็นประกาย
วิถี ชีวิตไทย
พึ่งพาอาศัย
รักกันล้น เหลือคณา
>ข้าวในนาชะอุ่มเขียว
สายน้ำลดเลี้ยวไกลสุดตา
รักเลี้ยวลดหรือเปล่าหนา
หวั่น อุรา
ว่าสายน้ำ จะทำเล่ห์กล.
.ความรักทวนถามใจ
ว่าเป็น ไฉน
หลงใหลเล่ห์สายชล
ใครคล้อยตามเคลิ้มตน
กระเสือกกระสน
หลงวังวน จนวังเวง
....ดนตรี..........
>ข้าวในนาชะอุ่มเขียว
สายน้ำลดเลี้ยวไกลสุดตา
รักเลี้ยวลดหรือเปล่าหนา
หวั่น อุรา
ว่าสายน้ำ จะทำเล่ห์กล.
.ความรักทวนถามใจ
ว่าเป็น ไฉน
หลงใหลเล่ห์สายชล
ใครคล้อยตามเคลิ้มตน
กระเสือกกระสน
หลงวังวน จนวังเวง
..
.




ครั้งเดียวก็พอ
อรวี สัจจานนท์
G

กุหลาบปากซัน ( Bm )
อรวี สัจจานนท์
Bm

....ดนตรี..........
ในอ้อมแขน ความรัก
หวาน ใจนัก
รักมาทักทาย หัวใจ.
เพื่อนชายคือ คู่อิง
อบอวลหญิง อุ่นไอ
อยู่ใกล้ยิ่งใจหวิว หวาม
>รักคือความสดใส.
สองใจเราคล้อย ตาม.
ค่ำคืน กี่ โมงยาม
ถามทำไม นั่นกับกาลเวลา
ชี้ ชม
ดวงดาวพร่างพราว นภา
โอ้เสน่หา ครั้งเดียว ก็พอ.
.จะว่าหวาน ก็ หวาน
น้ำ ตาลขม
สองเราภิรมย์ เคล้าคลอ
ไม่ต้องมี ห้องหอ
กับดอกไม้ ช่อหวาน
รักกันสบาย
....ดนตรี..........
>รักคือความสดใส.
สองใจเราคล้อย ตาม.
ค่ำคืน กี่ โมงยาม
ถามทำไม นั่นกับกาลเวลา
ชี้ ชม
ดวงดาวพร่างพราว นภา
โอ้เสน่หา ครั้งเดียว ก็พอ.
.จะว่าหวาน ก็ หวาน
น้ำ ตาลขม
สองเราภิรมย์ เคล้าคลอ
ไม่ต้องมี ห้องหอ
ไม่ต้องรอ เหนี่ยวรั้ง
ครั้งเดียวแน่หรือ
..
.



ส.สุลิวัต
Pro. Music
ดนตรี..7..Bars
5...6...7>>>
แดนดินถิ่นไกลเหลือตา
อยู่สุดนภา
น้ำคำชมว่าแสนงาม
หวั่นไหวใจสาวแว่วคำหวาน
วาดทิพย์วิมานคล้อยจิตตาม
ฝันเอยงดงามงามเหนือใคร
จริงใจบ่น้อคำชม
ย่านหลอกเพียงสม
ภิรมย์ใจแล้วหนีไกล
ม่วนหลายคำหวาน
ว่าฮักเดียว
บ่ขอข้องเกี่ยวหญิงอื่นใด
ปากตรงกับใจให้ฮักไปครอง
โอ้ กุหลาบสวรรค์
แห่งเมืองปากซัน
ที่อ้ายฝากใจหมายปอง
ชมแล้วอย่าเมินบ่มอง
กุหลาบเคยสวยดั่งทอง
สิ้นความสาวส่องย่านเป็นธุลี
ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ้บริพันน้ำซันไหลผ่านใสดี
แต่หัวใจสาวหวั่นฮักสาย
ก่อนอ้ายลาไกลย้ำอีกที
ว่าฮักอีหลีต่อสีแสงจันทร์
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>>
โอ้ กุหลาบสวรรค์
แห่งเมืองปากซัน
ที่อ้ายฝากใจหมายปอง
ชมแล้วอย่าเมินบ่มอง
กุหลาบเคยสวยดั่งทอง
สิ้นความสาวส่องย่านเป็นธุลี
ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ้บริพันน้ำซันไหลผ่านใสดี
แต่หัวใจสาวหวั่นฮักสาย
ก่อนอ้ายลาไกลย้ำอีกที
ว่าฮักอีหลีต่อสีแสงจันทร์


ถามฟ้า
อรวี สัจจานนท์
Bb

ปรารถนาหนึ่ง
อรวี สัจจานนท์
G

....ดนตรี..........
ฉันเงยหน้ามองฟ้าไกล
อ่อนอาลัย
จึงน้อมใจ อ้อนวอน
ปรานีเถิดดาว ข้าร้าวรอน
จึงเฝ้า ขอวอน ถามไป
>ถาม จันทร์ผ่อง
ปอง รักเมฆ เสก สวรรค์
นานนิรันดร์เพียงไหน
จึงรื่นรมย์สุขใจ
ในอ้อมฟ้า.
.รัก ของเรา
เคยชิดแนบ เนาว์อุรา
เหมือน น้ำตาล หวานฉ่ำ
กลับเป็นน้ำตา....รด ใจ
....ดนตรี..........
>ถาม จันทร์ผ่อง
ปอง รักเมฆ เสก สวรรค์
นานนิรันดร์เพียงไหน
จึงรื่นรมย์สุขใจ
ในอ้อมฟ้า.
.รัก ของเรา
เคยชิดแนบ เนาว์อุรา
เหมือน น้ำตาล หวานฉ่ำ
กลับเป็นน้ำตา....รด ใจ
.รัก ของเรา
เคยชิดแนบ เนาว์อุรา
เหมือน น้ำตาล หวานฉ่ำ
กลับเป็นน้ำตา....รด ใจ
..
.



....ดนตรี..........
ปราร-ถนาหนึ่ง
ซึ่งกระซิบกับ หัวใจ
อาจไกลแสนไกล
เหลือใจคว้าเอา
รัก จึง แฝงในอก
บนโลกใบเหงา
ตรงมุมนั้นเศร้า สิ้นดี
ปักใจรักโธ่โงหัวมิขึ้น
สิเรา
เปรียบเธอเหมือนดาว
ฉัน คือธุลี
แม้ วัน ฟ้ามีตา
รู้ค่าความดี
อาจมีความหมาย
มิใช่แค่เงิน.
>ฉัน จึง ช้ำชอก
บอกใครมิได้
รักแอบเก็บไว้
เพราะว่าใจเขิน
มี ถนน ดวงดาว
ให้เธอก้าวเดิน
ฉัน จนเหลือเกิน
เดินถนนดิน.
.ปราร-ถนาหนึ่ง
ซึ้งใจรักอยู่มิจาง
ดั่งนกหลงทางไร้แรงโผบิน
รัก จึง เว้นช่องว่าง
ดาวห่างไกลดิน
ความปรารถนา มิสิ้นจากใจ
....ดนตรี..........
.ปราร-ถนาหนึ่ง
ซึ้งใจรักอยู่มิจาง
ดั่งนกหลงทางไร้แรงโผบิน
รัก จึง เว้นช่องว่าง
ดาวห่างไกลดิน
ความปรารถนา มิสิ้นจากใจ
..
.




ปาดน้ำตาให้ฉันที
อรวี สัจจานนท์
D

ผ้าผวยและสายลม ( E )
อรวี สัจจานนท์

....ดนตรี........
โอ้เธอกับฉัน
เหมือนสายลมผ่านไป
แต่มีรอยยิ้ม ข้างใน
แม้ใจ จะเจ็บเหน็บหนาว
ไร้เสียง สะอื้น
ก็ยังรื่นน้ำ ตาพราว
เห็นแสงริบหรี่ดาว
พร่างพราวนับพัน
.ก็อยากจะขัง
ขังรักเธอกับใจ
ใส่กุญแจไว้ สุขใจ
ขังเธอ ในห้วงความฝัน
รักฉันเศร้าๆ
อย่างเงาน้ำใน สระนั่น
ฉันไม่ หวาดหวั่น
มั่นรัก จริง ใจ
.>กอดฉันไว้ที
ปุยเมฆเจ้าขา อำลาไปไย
ให้ฉันซบหน้า ร้องไห้ให้สม
บอกกับเขานะ
มวลหมู่แมกไม้ สาย ลม
ฉัน ระทม
ขื่นขม ฤทัยไม่บรรเทา.
.ใกล้กันเพียงไหน
เหมือนไกลระหว่างเรา
กระจกเงาจ๋า มองเห็น
น้ำตา บนข้างแก้มไหม
ทุกๆหยาดหยด
หมดแรงที่จะ ปาดได้
ขอร้อง หน่อย
ปาดน้ำตา ให้ ฉันที
....ดนตรี........
.ใกล้กันเพียงไหน
เหมือนไกลระหว่างเรา
กระจกเงาจ๋า มองเห็น
น้ำตา บนข้างแก้มไหม
ทุกๆหยาดหยด
หมดแรงที่จะ ปาดได้
ขอร้อง หน่อย
ปาดน้ำตา ให้ ฉันที
..
.



E
สมาน แสงทอน
Pro. Music
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>>
สายลมหนาวพัดมา
พาให้กายหนาวเย็น
สายลมพัดยามเย็น
มันเสียดแทง ทุกห้วงใจ
กระท่อมน้อยในท้องนา
ชายคาที่พอคุ้มกาย
แต่หนาว มันโหดร้าย
ยังย่างกราย มาเยี่ยมเยือน
ผ้าผวยเรามีน้อยผืน
กลางคืนแม่คอยย้ำเตือน
แต่หนาว มันเชือดเฉือน
และเสียดแทง ทุกห้วงใจ
ลูกเอ๋ย แม่ก่อไฟ
ลูกจ๋า มาอิงผิงไฟ
มาอาบไอ อุ่นไฟแรงฟืน
จนกว่ากลางคืน
จะผ่านไปอีกวัน
ดนตรี..10..Bars
8...9...10>>
ลูกเอ๋ย แม่ก่อไฟ
ลูกจ๋า มาอิงผิงไฟ
มาอาบไอ อุ่นไฟแรงฟืน
จนกว่ากลางคืน
จะผ่านไปอีกวัน
จนกว่ากลางคืน
จะผ่านไปอีกวัน


ยิ้มเหงา ๆ เศร้างาม ๆ ( Eb )
อรวี สัจจานนท์
Eb

รอวันเธอใจเดียว
อรวี สัจจานนท์
C

พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
Pro. Music
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>
ยิ้มเหงาเหงา
เศร้าพองามงาม
มีคนถาม ว่าเธอคือใคร
ทั้งทั้งโลกนี้
ก้าวไกลแสนไกล
เธอยังสดใส อยู่ในโลกเก่า
ยิ้มเหงาเหงา
ของคนงามงาม
คนที่แบกหาม
โลกไว้ครึ่งหนึ่ง
โลกวันนี้ แม้งามเพียงครึ่ง
ก็ครึ่งของเธอ ที่สร้างที่ทำ
เศร้างามงาม
โปรดอย่าถาม
ถึงความทรงจำ
เรื่องความพลัดพราก
จากคน ที่เธอรัก
ยิ้มเหงาเหงา
เศร้าพองามงาม
คือนิยาม
ของความทุกข์ยาก
ถ้าครึ่งโลกร้าย
ที่ฉันถางถาก
เป็นครึ่งโลกสวย
ขอมอบให้เธอ
ดนตรี..9..Bars
7...8...9>>
เศร้างามงาม
โปรดอย่าถาม
ถึงความทรงจำ
เรื่องความพลัดพราก
จากคน ที่เธอรัก
ยิ้มเหงาเหงา
เศร้าพองามงาม
คือนิยาม
ของความทุกข์ยาก
ถ้าครึ่งโลกร้าย
ที่ฉันถางถาก
เป็นครึ่งโลกสวย
ขอมอบให้เธอ

....ดนตรี........
เมื่อไหร่หนอใจ
ของเธอจะหาย เรรวน
ให้หญิงต้องครวญ
เพราะความรักคุณ ช่างรวนเร
ความรักของคุณดุจกังหัน
หมุนเปลี่ยนเวียนผัน
ดุจน้ำทะเล
รักง่ายถ่ายเทอยู่ทุกวัน
..เมื่อไหร่สายตา
ของเธอที่หวาน ซึ้งใจ
เลิกมองหญิงใด
สาวใดที่ไหน นอกจากฉัน
สายตาของคุณคุณรู้บ้างไหม
มองหญิงทีไรหัวใจสั่น
อยากให้เธอนั้น
มองฉันเพียงผู้เดียว
>อยากให้โลกนี้
ต้องพลันหยุดหมุน
อยากให้หัวใจของคุณ
หยุดปองหญิงใดมาข้องเกี่ยว
อยากให้โลกนี้
เหลือสตรีเพียงฉันผู้เดียว
จะได้ไม่ต้องแลเหลียว
หญิงอื่นใดเข้ามาผูกพัน
.เมื่อไหร่หนอใจของเธอจะเหลือ
เพียงใจเดียว
และมีรักเดียว
คนเดียวเพียงฉัน นี้เท่านั้น
จะขอมอบใจให้เธอไว้ครอง
ให้ใจเราสองประคองรักมั่น
หากถึงวันนั้นเธอมีใจเดียว
..
.




ระทมรัก
อรวี สัจจานนท์
C

รักหนอรัก
อรวี สัจจานนท์
F

....ดนตรี.....
ระหว่างความรัก
และความต้องการ
มันคือสายธาร
ศีลธรรมประจำใจ
เป็นความชอกช้ำ
กล้ำกลืนฝืนในฤทัย
แต่เหตุไฉน
ทำไมจึงต้องเป็นเรา
ใจเฝ้าแต่รักภักดีให้เธอ
ยังคงละเมอ
เพ้อไปเมื่อยามเหงา
ใครเลยจะรู้
หากเป็นเหมือนใจของเรา
คอยแต่อับเฉา
รักเราเฝ้าแต่ช้ำตรม
>โอ้ความรักเอย
สุดเฉลยใจเอยเหลือจะข่ม
ช่างเจ็บช่างช้ำปวดร้าวระบม
มันช่างขื่นขม
ตรอมตรมเปล่าเปลี่ยววังเวง
สูญสิ้นคนรักแล้วซิหนอเรา
ดูดูแล้วเศร้าช้ำใจกับตัวเอง
เมื่อนึกถึงเขา
ปวดร้าวและเหงาวังเวง
มีแต่บทเพลง
เป็นเพื่อนเกลื่อนความระทม
....ดนตรี.....
>โอ้ความรักเอย
สุดเฉลยใจเอยเหลือจะข่ม
ช่างเจ็บช่างช้ำปวดร้าวระบม
มันช่างขื่นขม
ตรอมตรมเปล่าเปลี่ยววังเวง
สูญสิ้นคนรักแล้วซิหนอเรา
ดูดูแล้วเศร้าช้ำใจกับตัวเอง
เมื่อนึกถึงเขา
ปวดร้าวและเหงาวังเวง
มีแต่บทเพลง
เป็นเพื่อนเกลื่อนความระทม
..
.



....ดนตรี.....
รักหนอรักไม่จริง
ถูก ทอดทิ้งใจหาย
รักหนอรักกลับกลาย
สิ้น สลายกลายขม
รักหนอรักต้องตรม
สุดระทม ขมขื่น.
..รักหนอรักไม่รอ
เฝ้า งอนง้อรอฝืน
รักหนอรักไม่คืน
ชื่น เป็นช้ำกำสรวล
เราหนอเราเฝ้าครวญ
เมื่อรักรวน ลับล่วง.
.>เธอหนอเธอขยี้ รัก
และภักดีของฉันหวัง
กลายมลายเหมือนฝัน
ฝันลวง
ใจหนอใจภักดี
ฉันพลีให้เธอทั้งดวง
โดนรักลวงทั้งทรวง
แหลกแล้วเอย
.ลืมหนอลืมเท่าไร
เจ็บเพียงไหนใจเอ๋ย
ลืมมิลืมได้เลย
โปรดอย่าเย้ยผู้แพ้
ใจหนอใจอ่อนแอ
ไม่ผันแปร รักเธอ
>เธอหนอเธอขยี้ รัก
และภักดีของฉันหวัง
กลายมลายเหมือนฝัน
ฝันลวง
ใจหนอใจภักดี
ฉันพลีให้เธอทั้งดวง
โดนรักลวงทั้งทรวง
แหลกแล้วเอย
.ลืมหนอลืมเท่าไร
เจ็บเพียงไหนใจเอ๋ย
ลืมมิลืมได้เลย
โปรดอย่าเย้ยผู้แพ้
ใจหนอใจอ่อนแอ
ไม่ผันแปรรักเธอ
ไม่ผันแปรรักเธอ
ฮื่อ ฮือ ฮื้อ ฮือ ฮือ
..
.




หัวใจกระดาษ ( Eb )
อรวี สัจจานนท์
Eb

อายเข็มนาฬิกา ( Bbm )
อรวี สัจจานนท์
Bbm

ดนตรี 6 Bars..4...
5...6 จากหัวใจที่ บริสุทธิ์
ขาวปานประดุจ กระดาษสีสำลี
เธอเอาไปขีด เธอเอาไปคลี่
เขียนด้วย หมึกอย่างดี
เป็นวลีว่ารักจริงใจ
กระดาษเนื้อใจ ฉันเปื้อนไปหมด
เพราะเมื่อเธอจด
พลาดผิดก็กาฆ่าไป
แล้วหาคำอื่น เขียนขึ้นมาใหม่
ล้วนถ้อยคำลวงใจ
ให้เคลิ้มไป ทุกวี่ทุกวัน
ถ้า อักษรทุกคำมีค่า
คงเป็นตำรา หรือเอกสารสำคัญ
ความคงอยู่ คงชั่วนิรันดร์
แต่นี่เป็นคำลวงกัน
ค่าของมัน จึ่งไม่มี
จากหัวใจที่ เคยสะอาด
ต้องมาฉีกขาด
เกรอะกรัง คราบรอยราคี
จะหันหาใหม่ ให้ใครปรานี
เขาคงไม่ใยดี
เพราะหัวใจ ไม่มีราคา
ดนตรี 5 Bars..3...
4...5 จากหัวใจที่ เคยสะอาด
ต้องมาฉีกขาด
เกรอะกรัง คราบรอยราคี
จะหันหาใหม่ ให้ใครปรานี
เขาคงไม่ใยดี
เพราะหัวใจ ไม่มีราคา
.


สลา คุณวุฒิ
Pro. Music
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>
บ่อยากสบตา
กับนาฬิกาที่ฝาห้อง
เพราะเข็มมันฟ้อง
ว่าน้องนั้นถูกลืมใจ
เข็มสั้นเข็มยาว
เดินเท้าและก้าวอย่างใด
ถ้าเป็นแต่ก่อนแต่ไร
ตัวอ้ายจะต้องมาถึง
ผู้ใด๋ฉุดดึง
วันนี้อ้ายจึงบ่มาใกล้
คำหวานฝากไว้
สุดท้ายอ้ายบ่คำนึง
ห้องเก่าเคยเคียง
เหลือเพียงแต่รอยฝังตรึง
พออ้ายหมดความคิดถึง
น้องจึงต้องหมดความหมาย
อายน้องอายเข็มนาฬิกา
พออ้ายบ่มา
เหมือนนาฬิกาสงสัย
เข็มยาวชี้หน้า
เข็มสั้นจิ้มตรงแผลใจ
ถามว่าอ้ายหลบไปไส
ทำไมถึงบ่มาหา
บ่กล้าสบตา
กับนาฬิกาที่ฝาห้อง
เพราะเข็มคอยฟ้อง
ว่าน้องนั้นหมดเวลา
นาฬิกาเรือนเก่า
ที่แขวนติดไว้ข้างฝา
ยังคงเดินตรงเวลา
แต่อ้ายนั่นหนาบ่ตรงต่อใจ
ดนตรี..8..Bars
6...7...8>>
บ่กล้าสบตา
กับนาฬิกาที่ฝาห้อง
เพราะเข็มคอยฟ้อง
ว่าน้องนั้นหมดเวลา
นาฬิกาเรือนเก่า
ที่แขวนติดไว้ข้างฝา
ยังคงเดินตรงเวลา
แต่อ้ายนั่นหนาบ่ตรงต่อใจ


สองเรา
อรวี สัจจานนท์
C

รักไร้บำเรอ
อรวี สัจจานนท์
Bb

....ดนตรี........
เมื่อยามหนาว บอกกับฉัน
จะก่อไฟอิงกันให้พ้น ฤดู
จะนำฝนพรั่งพรู
ให้ใบไม้ผลิ ช่อหวาน.
ด้วยแรงรัก จากปีกนก
จะโบกโบยบินไปในรัต
ติกาล
ยิ่งกว่านานเท่านาน
ผ่านดาว และเมฆ
เฉกเช่นนกเพล.
.ร่าเริงใครเลยจะเหมือน
สองเรา
แนบเนาว์ไปในเวิ้งฟ้า
วังเวง
กรวดทรายใช่ว่า
จะมีแสง สีเอง
ทรายสวย
เพราะได้ แรงแสงตะวัน
.อีกประเดี๋ยว ก็จะเช้า
ตื่นลืมตามีเราชั่วนิจ
นิรันดร์
จะร่วมเรียงเคียงกัน
ไม่เคย ไหวหวั่น
ตราบฉันรักเธอ
....ดนตรี..........
.ร่าเริงใครเลยจะเหมือน
สองเรา
แนบเนาว์ไปในเวิ้งฟ้า
วังเวง
กรวดทรายใช่ว่า
จะมีแสง สีเอง
ทรายสวย
เพราะได้ แรงแสงตะวัน
.อีกประเดี๋ยว ก็จะเช้า
ตื่นลืมตามีเราชั่วนิจ
นิรันดร์
จะร่วมเรียงเคียงกัน
ไม่เคย ไหวหวั่น
ตราบฉันรักเธอ
จะร่วมเรียงเคียงกัน
ไม่เคย ไหวหวั่น
ตราบฉันรักเธอ
..
.



....ดนตรี..........
แก้วบางๆ นี้หัวใจเรา
เกือบจะร้าว ฉานแล้วซิเออ
ซื่อตรงที่จะรักเธอ
ตลอดไป
เชื่อใจหรือเขารักเธอจริง
ยิ่งกว่าฉันเป็นไปไม่ได้
ไม่ถึงครึ่ง ของหัวใจ
ฉันรักเธอ
.ชื่นใจนักรักร้อยเรียงคำ
เอ่ยลำนำหวานล้ำละเมอ
ก็อยากวานเธอ
ทบทวน อีกที
ดั่งจันทราทิ้งฟ้าเกลือกดิน
เปื้อนมลทิน เป็นรอยธุลี
ชอกช้ำนานเกือบทั้งปี
เป็นเพราะใคร
>ฉัน จะไม่โหยหา ลมหวน
หรือ หลงรัญจวนอาลัย
เล่ห์ความรัก วกวน
หลอกฉัน เสียจนสะใจ
ฝันเพลินไป วิมาน ลมๆ.
.เกลียดเธอนักรักไร้บำเรอ
จ้วงจาบเธอหลงใหลอาจม
หากเขาตรม
แต่ฉันตาย เลือกใคร
แต่วันนี้ฉันรู้ความจริง
ไม่ประวิง รัญจวนหวนให้
ตราบนี้ฟ้ากั้นหัวใจ คนละฟาก
....ดนตรี........
>ฉัน จะไม่โหยหา ลมหวน
หรือ หลงรัญจวนอาลัย
เล่ห์ความรัก วกวน
หลอกฉัน เสียจนสะใจ
ฝันเพลินไป วิมาน ลมๆ.
.เกลียดเธอนักรักไร้บำเรอ
จ้วงจาบเธอหลงใหลอาจม
หากเขาตรม
แต่ฉันตาย เลือกใคร
แต่วันนี้ฉันรู้ความจริง
ไม่ประวิง รัญจวนหวนให้
ตราบนี้ฟ้ากั้นหัวใจ คนละฟาก
..
.




น่ารัก
อรวี สัจจานนท์
Bb

ถามใจเธอดูก่อน ( Db )
อรวี สัจจานนท์
Db

....ดนตรี........
น่ารักเมื่อเธออยู่ใกล้
หวานหวานละมัย
นี่แหละใจของเธอ
ซ่อนใจฉันไม่กล้าเสนอ
เกรงว่าฉันจะเก้อ
เธอรักก่อนได้ไหม
หากรักบอกมาค่อยค่อย
ขวัญฉันจะลอย
ลิ่วไปไกลแสนไกล
โธ่เอ๋ยขวัญมันคงหวั่นไหว
ยามที่เห็นเธอใกล้
ใจฉันสั่นละเมอ
ยิ่งคิดบางครั้งฉันก็
ท้อใจด้วยจนหนทาง
รักเอ๋ยช่วยเผยใจพราง
เปิดทางให้บ้าง
สร้างสะพานรัก
ทอดไว้ให้ใจฉันข้าม
แล้วฉันจะตาม
ติดเธอไปทุกทาง
บ่ายเย็น เช้าสายยามรุ่งสาง
มอบใจรักเคียงข้าง
จะไม่สร่างรักเธอ
....ดนตรี........
ยิ่งคิดบางครั้งฉันก็
ท้อใจด้วยจนหนทาง
รักเอ๋ยช่วยเผยใจพราง
เปิดทางให้บ้าง
สร้างสะพานรัก
ทอดไว้ให้ใจฉันข้าม
แล้วฉันจะตาม
ติดเธอไปทุกทาง
บ่ายเย็น เช้าสายยามรุ่งสาง
มอบใจรักเคียงข้าง
จะไม่สร่างรักเธอ
..
.



ดนตรี 4 ห้อง..2...
3...4 ถามใจเธอดูก่อน
ถามใจเธอดูก่อน
ก่อนที่จะรักฉัน
ถามดูให้แน่ใจ
แน่ใจค่อยบอกกัน
เอาอย่างนั้น ดีกว่า
สำหรับฉัน ฉันถามดูแล้ว
หลายครั้งหลายคราว
แน่ใจมั่นใจ ชายใดไม่ปรารถนา
ไม่รักใครเกิน ไปกว่าเธอ
พร้อมให้เธอ พิสูจน์หัวใจ
ของฉันได้เสมอ
ไม่มีปัญหาใด
หวั่นใจตรงที่เธอ
กลัวว่า จะไม่รักฉันจริง
ดนตรี 4 ห้อง..2...
3...4 ถามใจเธอดูก่อน
ถามใจเธอดูก่อน
ก่อนที่จะรักฉัน
ถามดูให้แน่ใจ
แน่ใจค่อยบอกกัน
เอาอย่างนั้น ดีกว่า
สำหรับฉัน ฉันถามดูแล้ว
หลายครั้งหลายคราว
แน่ใจมั่นใจ ชายใดไม่ปรารถนา
ไม่รักใครเกิน ไปกว่าเธอ
พร้อมให้เธอ พิสูจน์หัวใจ
ของฉันได้เสมอ
ไม่มีปัญหาใด
หวั่นใจตรงที่เธอ
กลัวว่า จะไม่รักฉันจริง
.



ยิ่งกว่าฆาตกร(Cm)
อรวี สัจจานนท์
Cm

เรณูยังหนาว
อรวี สัจจานนท์
C

....ดนตรี..........
ฉันยอมทิ้งร่าง ลงคุกเข่า.คร่ำครวญ
โปรดอย่าด่วนคิดตัดรอน
แต่เธอผลักไสมิได้อาทร
ต่อคำวอน ขอความเมตตา
....ดนตรี..........
แล้วยังหยามเหยียด
เปรียบฉันเช่น..เดนคน
ลืมความสุขล้น ผ่านมา
อิ่มเอมรสหวาน ซ่านในวิญญา
สิ้นปรารถนา แล้วมาหมางเมิน
....ดนตรี..........
ฉัน.ทำ ทุกอย่าง.เพื่อเธอ
ด้วยความรักเธอ เหลือเกิน
เธอกลับบอกฉันว่า ไม่ได้เชิญ
ชอกช้ำใดเกิน หลงเพลินบูชา
ฉันจึงคิดว่า เธอยิ่งกว่า.ฆาตกร
ทำการยอกย้อน เข่นฆ่า
โอ้ใจไฉน ไร้ความเมตตา
กลับตัดใจฆ่า แม้รู้ว่า.ฉันรักเธอ
....ดนตรี..........
ฉัน.ทำ ทุกอย่าง.เพื่อเธอ
ด้วยความรักเธอ เหลือเกิน
เธอกลับบอกฉันว่า ไม่ได้เชิญ
ชอกช้ำใดเกิน หลงเพลินบูชา
ฉันจึงคิดว่า เธอยิ่งกว่า.ฆาตกร
ทำการยอกย้อน เข่นฆ่า
โอ้ใจไฉน ไร้ความเมตตา
กลับตัดใจฆ่า แม้รู้ว่าฉัน.รัก.เธอ

....ดนตรี..........
เรณูนคร ถิ่นนี้ที่เคยใฝ่ฝัน
ความรักสัมพันธ์
ก่อนนั้น เคยคลอเคียงใกล้
ครั้งเที่ยวชมงาน
พระธาตุพนม จำได้ไหม
หลายปี ที่ร้างแรมไกล
แล้วทำไม พี่ลืมอีสาน.
เราเคยสัมพันธ์
ก่อนนั้นเป็นเพียงความหลัง
ลืมแล้วหรือยัง
เมื่อครั้ง สัญญาหมายมั่น
พี่อยู่เมืองกรุง
เฟื่องฟุ้งลืมคำ ที่เคยผูกพัน
น้องยัง ไม่ลืมคำมั่น
สุดหวั่นไหว ก่อนลา
.ผ้าผวยร้อยผืน
ไม่ชื่นเหมือนรักจากพี่
หน้าหนาวคราวนี้
ไม่มี พี่สุดเหว่ว้า
ป่านนี้ พี่คง จะสุขอุรา
ลืมแล้วสาวชาวนา
ไม่กลับมา นคร พนม.
เย็นลมเหมันต์
ผ่านผัน อีกปีแล้วหนอ
หลอกให้หลงรอ
อีกหนาวปานใดเหลือข่ม
แม้นพี่ไม่มา
นมัสการ พระธาตุพนม
ขอเพียง ฝากใจตามลม
อย่าลืมสาว เรณู
....ดนตรี..........
เย็นลมเหมันต์
ผ่านผัน อีกปีแล้วหนอ
หลอกให้หลงรอ
อีกหนาวปานใดเหลือข่ม
แม้นพี่ไม่มา
นมัสการ พระธาตุพนม
ขอเพียง ฝากใจตามลม
อย่าลืมสาว เรณู
..
.




เพื่อเธอที่รัก
อรวี สัจจานนท์
Bb

หลักไม้เลื้อย (F)
อรวี สัจจานนท์
F

....ดนตรี.........
..>>>ม่านประเพณี
ที่กั้นขวากขวาง ยังมีหนทาง
เปิดทางให้สักหน
ทำนบหัวใจ ยากไร้ก็ไม่ทานทน
ถ้าเราสองคน
จะมีเหตุผลก็ชมชิดได้
ห่างไกลเพียงไหนก็ไม่อาจพ้น
มือเราสองคน
เอื้อมคว้ามาอิงแอบไว้
แต่เราสองคน
สุดคิดเลือกทำตามใจ
พบกัน สายไป
จึงต้องห้ามใจทั้งๆสุดรัก
ศีลธรรม เหนือสิ่งอื่นใด
แย่งของรักใคร บาดใจนัก
ยอมช้ำอุรา ใช่ฉันจะสิ้นรัก
ฉันยอม อกหัก
เพื่อเธอที่รัก ชื่นใจ
สู้ทนดับไฟสวาทดวงนั้น
ก็ยังเหลือควัน
คิดถึงคิดถึง ไม่วาย
คิดถึงเหลือเกิน
ป่านนี้เธอคงร้องไห้
เสียดายเสียดาย
ฉันไม่อาจช่วยซับหยาดน้ำตา
....ดนตรี.............
..>>>สู้ทนดับไฟสวาทดวงนั้น
ก็ยังเหลือควัน
คิดถึงคิดถึง ไม่วาย
คิดถึงเหลือเกิน
ป่านนี้เธอคงร้องไห้
เสียดายเสียดาย
ฉันไม่อาจช่วยซับหยาดน้ำตา...



....ดนตรี..........
เพราะเธอเหมือนหลัก ไม้ตั้งตรงนั่น
ไม้เลื้อยอย่างฉัน ได้พันอาศัย
ขาดเธอเหมือนขาด หลักชีวิตไป
ก้าวเดินทางใด ขาดความมั่นใจแน่นอน
เพราะเธอเหมือนสร้อย พระห้อยคอนั่น
คุ้มครองป้องกัน ภูตภัยหลอกหลอน
ขาดเธอหัวอก หวั่นไหวสั่นคลอน
แม้ยามจะนอน ประสาทยังหลอนตัวเอง
กลับ.มา หาฉันเถิดนะคนดี
มาปลอบชีวี ฉันให้หายวังเวง
ฉันเหมือนพิณ ขึ้นสายรอเธอบรรเลง
ดีดเป็นเพลง ฟังชื่นฉ่ำอุรา
ขอวอนเดือนเด่น และดาวลอยลิบ
ช่วยเตือนกระซิบ ให้เธอกลับมา
อยู่ชิดเคียงข้าง ดั่งคำสัญญา
คิดถึงเจียนบ้า ปรี่มว่าจะขาดใจ
....ดนตรี..........
ขอวอนเดือนเด่น และดาวลอยลิบ
ช่วยเตือนกระซิบ ให้เธอกลับมา
อยู่ชิดเคียงข้าง ดั่งคำสัญญา
คิดถึงเจียนบ้า ปริ่มว่าจะขาดใจ
ฮือ...ฮือ...ฮือ
ฮือ...ฮือ...ฮือ
ฮือ......


ส่วนเกิน(F)
อรวี สัจจานนท์
F

สาวสะอื้น
อรวี สัจจานนท์
C

....ดนตรี..........
มองดาวเดือน ที่ลอยล้นเกลื่อน.นภา
ลมโบกพริ้วโชยมา ใจผวาลอยเลื่อน
ระทมระทวย ระทึกฤทัยไร้เพื่อน
ใจนึกอยากเป็นเดือน
มีดาวล้อมเกลื่อนรอบกาย
มองดู.ตัวเรา
แสนจะว่างเปล่าเดียวดาย
น่าอายขวยเขิน
ป่านนี้เขานอน ชิดเนื้อนวลชวนเชิญ
แต่เราส่วนเกิน เขาคงเมินให้คอย
...มนต์อันใดมัดใจเราให้ ใฝ่หา
ใจก็รู้ดีว่า นี่แหละหนาปมด้อย
คนมีภรรยาเขาหรือจะมา ได้บ่อย
เราก็เฝ้าแต่คอย ดวงใจละห้อยคอยหา
อาดูรเดียวดาย เขาคงจะหน่ายไม่มา
หรือว่า..ทำเมิน เมื่อยามนิทรา
หอมภรรยาคุณเพลิน ปล่อยให้ส่วนเกิน
หอมหมอนเพลินแทนคุณ
....ดนตรี..........
มนต์อันใดมัดใจเราให้ ใฝ่หา
ใจก็รู้ดีว่า นี่แหละหนาปมด้อย
คนมีภรรยาเขาหรือจะมา ได้บ่อย
เราก็เฝ้าแต่คอย ดวงใจละห้อยคอยหา
อาดูรเดียวดาย เขาคงจะหน่ายไม่มา
หรือว่า..ทำเมิน เมื่อยามนิทรา
หอมภรรยาคุณเพลิน ปล่อยให้ส่วนเกิน
หอมหมอนเพลิน แทนคุณ

.....ดนตรี......
โอ้ ตัวเราคิดไปชวนเศร้า
ใจหนักหนา บ้านอยู่เขา
ลำเนาพนา แดนดงป่า
เราเกิดมาอาภัพยิ่ง
เมื่อมีชาย หมายปอง ปองมั่น
ทำให้หวั่นใจหญิง
ขอฝากรัก แต่มักไม่จริง
ยังเกรงกริ่ง
นึกกลัวจริง ๆ น้ำใจผู้ชาย
เราเป็นหญิงชาวเขาป่าดง
ชายประสงค์เพียงหลงรูปกาย
ได้ชม พอสมใจก็หน่าย
ความหวานคลาย
กลับกลายเป็นรอยน้ำตา
เจ็บและอาย เหมือนคนใจง่าย
ใครเขาไม่นำพา หญิงเช่นเรา
อับเฉาเกิดมา ไร้ราคา
หัวใจวาจา ยังซื่อสัตย์เอย
เราเป็นหญิงชาวเขาป่าดง
ชายประสงค์เพียงหลงรูปกาย
ได้ชม พอสมใจก็หน่าย
ความหวานคลาย
กลับกลายเป็นรอยน้ำตา
เจ็บและอาย เหมือนคนใจง่าย
ใครเขาไม่นำพา หญิงเช่นเรา
อับเฉาเกิดมา ไร้ราคา
หัวใจวาจา ยังซื่อสัตย์เอย


ศัตรูหัวใจ(F)
อรวี สัจจานนท์
F

รักที่เลือกไม่ได้(G)
อรวี สัจจานนท์

....ดนตรี..........
มีรักทั้งที ก็มีศัตรูหัวใจ
มีรักทำไม เมื่อใจต้องทรมาน
ฉันปัญญาชน ใช่เป็นแต่เช่นคนพาล
เมื่อความรักมันต้องการ
จะประหารใครช่างมัน
โลกลวงหรือคน
หลอกคนให้เดินหลงทาง
โลกหรือคนสร้าง ให้เกิดแก่ดวงชีวัน
แล้วใครบัญชา รักมาให้เกิดกับฉัน
แล้วใครกัน ทำลายฉันให้ยับเยิน
ในโลกคนลวง
ใจฉันถูกลวงจากความรัก
ในโลกความรัก ฉันถูกหักใจเหลือเกิน
สิ่งที่เหลือ คือความจริงให้ฉันเผชิญ
คือความยับเยิน
คือความยับเยิน แก่ใจฉัน
มีรักทั้งที ต้องมีศัตรูหัวใจ
มีรักทำไม เมื่อใจไม่จริงใจกัน
รักกันทำไม ผลาญใจแทบสิ้นชีวัน
ทำไมฉัน จึงต้องมีศัตรูหัวใจ
....ดนตรี..........
มีรักทั้งที ต้องมีศัตรูหัวใจ
มีรักทำไม เมื่อใจไม่จริงใจกัน
รักกันทำไม ผลาญใจแทบสิ้นชีวัน
ทำไมฉัน จึงต้องมีศัตรูหัวใจ
..จบ..BO 1997....



....ดนตรี..........
ฉันเกิดมาแล้ว ก็เหมือนกับคนทั้งหล้า
มีปรารถนา และมีหัวใจ
ฉันก็เหมือนหญิง ทั่วไป
หมายมอบกายและดวงใจ
ให้คนที่ฉัน ใฝ่ปอง
ฉันไม่ได้รักผู้ชายคนนี้ สักหน่อย
แม้แต่สักน้อย ไม่เคยเหลียวมอง
ฉันต้องให้เขาเคียงครอง
ทั้งที่ไม่รักไม่ปอง
เหมือนอยู่กรงทอง แต่นองน้ำตา
..โอ้.รัก ที่เลือกไม่ได้
เจ็บปวดดวงใจ แสนทรมาน
ด้วยมีรัก ที่ได้ไม่ปรารถนา
รักที่ศรัทธา ..มิได้ดังใจ
หวังแต่เธอนั้นที่ฉันใฝ่ฝัน เคียงคู่
ได้โปรดจงรู้ ฉันตรมหัวใจ
เขาอาจพรากฉัน เพียงกาย
มิอาจพรากรักไปได้
แม้ชีพสลาย จะรักแต่เธอ
....ดนตรี..........
..โอ้.รัก ที่เลือกไม่ได้
เจ็บปวดดวงใจ แสนทรมาน
ด้วยมีรัก ที่ได้ไม่ปรารถนา
รักที่ศรัทธา ..มิได้ดังใจ
หวังแต่เธอนั้นที่ฉันใฝ่ฝัน เคียงคู่
ได้โปรดจงรู้ ฉันตรมหัวใจ
เขาอาจพรากฉัน เพียงกาย
มิอาจพรากรัก ไปได้
แม้ชีพสลาย จะรัก แต่เธอ